



...Hallyu began roughly 12 years ago when the rest of Asia discovered Korean soap operas. One of the breakthrough dramas was a series 'Winter Sonata' starring Choi Ji-woo & Bae Young-Joon. After that, more Korean dramas saw their way to foreign shores and Korean films and music started to follow suit. Korean marketing people started to see a Korea-centric trend. They dubbed this flow "The Korean Wave" or Hallyu....
ทัมด๊ก : เราไม่มีเวลา เราจะวางแผนกันในระหว่างการเดินทาง
ฮยอนโก : ทำไมทรงเปลี่ยนพระทัย กระทันหันพะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เคยตรัสว่าจะรอพวกนั้น ฝ่าบาทจะทรงรอจนกว่าพวกนั้นจะหมดความอดทน

ทัมด๊ก : ลูกชายของข้าถูกลักพาตัวไป
ฮยอนโก งง และจูมูชิ ทำตาปริบๆ
ทัมด๊ก : หัวใจของเขามีเลือดแห่งสวรรค์อยู่ และด้วยหัวใจดวงนั้น พวกนั้นสามารถปลดปล่อยอำนาจแห่งสวรรค์
ฮยอนโก ยืนอึ้ง
ที่หน้าประตูปราสาท
ฮีกแก ที่ชราผมขาวประปราย ลงจากหลังม้าอย่างยากลำบาก ดัลโกที่มีหนวดเฟิ้ม ต้องคอยรับท่านพ่อพยุง ลงจากหลังม้า
ฮีกแก : ข้าได้ยินว่าฝ่าบาทกำลังจะไปสงคราม ข้าจะนั่งเฉยๆ ในชิลลาได้อย่างไร ข้าหมดความอดทนถึงได้กลับมา (พอพูดเราจะเห็นว่าฮีกแกฟันหลอเชียว) นั่นเสียงเป่าเขาอะไร เรากำลังจะไปสงครามหรือ
ฮยอนคง จดบันทึกว่า ด้วยทหารของ แม่ทัพฮีกแก เวลานี้ทำให้ฝ่าบาททรงมีทหารทั้งสิ้นสี่หมื่นนาย ในขณะที่ศัตรูมีกำลังทหารหนึ่งแสนนาย แม้เราจะมีทหารน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของศัตรู แต่ขวัญและกำลังใจของทหารโคคุเรียว ฮึกเหิม นี่เป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ กษัตริย์จูชิน ทรงกำลังไปทวงคืนอำนาจแห่งสวรรค์
ที่ วัดอาบูลันชา ที่ลานกว้างที่ตั้งของแท่งหิน
โซคีฮา เดินมากับยอนโฮแก (ตอนแรกก็ใจหาย นึกว่า ทั้งคู่ อยู่แบบเป็นคู่ครองกันแล้ว)
โซคีฮา บอกกับยอนโฮแก : มันเกือบจะสำเร็จแล้ว ไปเอาหัวใจของ ทัมด๊ก มา ข้าจะช่วยท่าน
ยอนโฮแก : ถ้าหัวใจของกษัตริย์จูชิน สามารถดึงอำนาจจากสวรรค์
โซคีฮา : ทำมันก่อนที่ผู้อาวุโสจะทำ เอาอำนาจมาให้กับตัวท่านเอง
ยอนโฮแกเหลือบสายตามองเบื้องบน : ท่านต้องการให้ข้าได้อำนาจแห่งสวรรค์หรือ ?
โซคีฮา ไม่ตอบ
ยอนโฮแก : ข้าสงสัยเสมอมาว่า ท่านจะตายไปพร้อมกับเขาหรือ?.
โซคีฮา หลับตา ทำท่าเหมือนจะระบายสิ่งที่อัดแน่นในอก ออกมา
ยอนโฮแก : เหมือนครั้งที่ท่านแทงดาบศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่หัวใจของเขา ข้าจะทำอย่างไรที่จะรักษาชีวิตของท่านได้บ้าง(หน้าตา ยอนโฮแก เศร้าสร้อย)
โซคีฮา น้ำตาปริ่มดวงตา แล้วก็ไหลรินลงมา ยิ้มให้ ยอนโฮแก : เขาพูดกันว่า คนที่ได้ครอบครองอำนาจแห่งสวรรค์จะมีชีวิตที่เป็นอมตะ ท่านจะรอข้าไหม หลังจากข้าปลดปล่อย ความขมขื่นในชีวิตนี้ไป เราจะพบกันอีกครั้ง เอื้อมเอาฝ่ามือตัวเอง วางทาบที่หัวใจของยอนโฮแกหลับตาลง สัญญากับข้าสิ ..
ยอน โฮแก วางมือตัวเองซ้อนทับลงไป บนมือของโซคีฮา และหัวใจของตัวเอง
โซคีฮา ค่อย ๆดึงมือตัวเองออกมา ยอนโฮแก ค้างมือตัวเองไว้ที่เดิม อีกครู่หนึ่ง ( เหมือนอยากเก็บรอยอุ่นแห่งไอมือของโซคีฮาให้ตราตรึงแนบแน่นในหัวใจตลอดไป เป็นพลังในการเข้าสู่สงคราม กับผู้ที่ ยอนโฮแก ยอมรับว่า คนคนนั้นกษัตริย์ จุชิน มิใช่แค่กัตริย์แห่งโคคุเรียวเท่านั้น)
แล้วยอนโฮแกก็ ตัดใจ เดินผ่านโซคีฮาออกไป แทจังโร ยืนมองทั้งคู่ อยู่ที่ชั้นบนสุดของบันได
ที่สมรภูมิรบ ทุ่งราบที่กว้างใหญ่ ไม่ไกลจาก วัด อาบูลันซา
ทัมด๊ก ทรงนำทหารมาประจันหน้ากับกองทหารยานและฮวาเซิน ที่ดูมากมาย เพราะมีจำนวนรวมเป็นแสน ในระยะห่าง
ทัมด๊ก ทรงม้า ประทับสงบนิ่ง ทหารของพระองค์ที่มีจำนวนน้อยกว่าทหารของศัตรูข้างหน้า น้อยกว่ามากแต่ทหารโคคุเรียวก็ไม่ประหวั่นพรั่นพรึง
ทัมด๊ก น้ำพระเนตรใกล้จะหยดลงมาทรงมีพระดำรัสต่อว่า : นี่คือสิ่งที่สวรรค์กำลังถามเราอยู่ในเวลานี้
เราจะยืนด้วยตัวเราเองได้หรือไม่ หรือว่า........ เราต้องการให้สวรรค์ปกครองเรา ? ( เรา=ทรงหมายถึงมนุษย์ )
ทัมด๊ก ลดสายพระเนตรลง ทอดพระเนตรตรงไปเบื้องหน้า
น้ำพระเนตรไหล : กษัตริย์จูชินได้รับเลือกให้ตอบคำถามนั้น นั่นคือความรับผิดชอบของเขา น้ำพระเนตรไหลทั้งสองดวงพระเนตร : และนี่คือคำตอบของข้า ข้าเชื่อในมนุษย์ ข้าเชื่อว่าชนชาติจูชินจะได้รับชัยชนะ สิ่งใดที่ข้าไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ข้าเชื่อว่าทายาทของข้าจะทำได้

