1.6.09

Korea calls for close ties with Asean / การประชุมสุดยอด "อาเซียน-เกาหลี" แผนสู่สันติภาพและความรุ่งโรจน์แห่งอนาคต



การประชุมสุดยอด "อาเซียน-เกาหลี" แผนสู่สันติภาพและความรุ่งโรจน์แห่งอนาคต
โดย จ็อง แฮ มุน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย


ประเทศไทย.. ประเทศแม่ ผู้ให้กำเนิดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ประเทศไทย.. ประเทศผู้ให้กำเนิดกฎบัตรอาเซียน ปี 2008 และ...

ประเทศไทย.. ประเทศผู้เข้าร่วมการประชุมพิเศษสุดยอดอาเซียน-เกาหลี 2009

เกาะเจจู คือสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์ทางจิตใจของสองมิตรประเทศ และจะเป็นเวทีเริ่มต้นแห่งการรวมพลังอันแรงกล้าเพื่อการพัฒนาความรุ่งโรจน์ร่วมกันของทั้งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ แห่งเอเชียตะวันออก และประเทศไทย แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะเจจู ซึ่งเสมือนเกาะภูเก็ตของไทย ได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางธรรมชาติโดยองค์กรยูเนสโก อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง "แดจังกึม" ละครเกาหลีที่ชาวไทยโปรดปราน

และในวันที่ 1 มิถุนายน ณ เกาะเจจู จะมีการจัด "การประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี" เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 20 ปีของกลุ่มประเทศสมาชิกกับสาธารณรัฐเกาหลีใต้นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 เป็นต้นมา โดยในการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ประธานาธิบดี อี มย็อง บัก จะมาเข้าร่วมประชุมด้วย

ในช่วงที่ 1 สุดยอดผู้นำของเกาหลีและไทย รวมทั้งผู้นำจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลีตลอด 20 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งจะมีการอภิปรายเพื่อหาแนวทางความร่วมมือเพื่อการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ, การเมือง, สังคม, วัฒนธรรมระหว่างประเทศสมาชิก ในช่วงที่ 2 จะเป็นการอภิปรายเพื่อพิจารณาหาแนวทางเพิ่มมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมกันแก้ไขปัญหาโลก อาทิ มาตรการป้องกันโรคติดต่อ, วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงิน, มาตรการความปลอดภัยทางด้านอาหารและพลังงาน, การรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนและการเติบใหญ่แบบสีเขียว (Low Carbon, Green Growth) ต่างๆ เป็นต้น

"การประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี" ในครั้งนี้จะเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรก และเปี่ยมไปด้วยความหมาย หลังจากประเทศกลุ่มอาเซียนได้กำหนดให้กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ.2008

ประเทศเกาหลีและอาเซียนมีมติที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศจากเดิม 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1 แสน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 อีกทั้ง ยังขยายบทบาทของ "มาตรการริเริ่มเชียงใหม่" (Chiangmai Initiative) รวมทั้งจัดตั้งกองทุนร่วมกันของภูมิภาคอาเซียน ขยายวงเงินทุนจากเดิม 8 หมื่นล้านเหรียญ เป็น 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการช่วยเหลือแบบพหุภาคีด้วยการช่วยเหลือประเทศสมาชิกทุกที่

การประชุมครั้งนี้จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำ CEO อาเซียน-เกาหลี, การแสดงวงออเคสตราดนตรีพื้นเมืองอาเซียน-เกาหลี, นิทรรศการการเติบใหญ่แบบสีเขียว, งานเอ็กซ์โปการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมนานาชาติ และการแสดงต่างๆ บนเวทีอีกนานาชนิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมสุดยอดผู้นำ CEO นั้น จะเป็นการประชุมที่เต็มไปด้วยความหมาย เพราะสุดยอดผู้นำของไทยกว่า 30 คนจากวงการธุรกิจ จะได้พบปะเจรจากับสุดยอดผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชนของประเทศเกาหลีและประเทศสมาชิกอื่นกว่า 450 คน มาร่วมอภิปรายภายใต้หัวข้อ "ความเปลี่ยนแปลง กับความท้าทาย และการร่วมมือเพื่อความรุ่งโรจน์แห่งเอเชีย" ทั้งนี้ จะมีการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจที่บรรดานานาประเทศประสบอยู่ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นและประกายแห่งความสดใสในอนาคต ในการนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะปาฐกถานำการประชุมต่อจากประธานาธิบดี อี มย็อง บัก อีกด้วย

และในช่วงเย็นของวันนั้น จะมีการแสดงดนตรีวงออเคสตราดนตรีพื้นเมืองอาเซียน-เกาหลี นักแสดงดนตรีกว่า 86 คน มาร่วมแสดงด้วยกัน สำหรับไทย จะแสดงบทเพลง Rice"s Life ซึ่งประพันธ์โดย Chaibhuk Bhutrachinda เป็นหนึ่งใน 13 บทเพลงทั่วอาเซียน ซึ่งมีนักแสดงจากประเทศไทยจำนวน 9 คน นับได้ว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างมากกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานเอ็กซ์โปส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมนานาชาติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ได้เชิญองค์กร บริษัท ห้างร้านที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ต่างๆ เข้าร่วมงานเพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวของไทยในงานเอ็กซ์โปนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งงานจะเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม เป็นเวลา 4 วัน คาดว่าประเทศไทย ประเทศหนึ่งซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะใช้โอกาสนี้เป็นสื่อกลางเพื่อเพิ่มศักยภาพและพลังแห่งธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้ยิ่งใหญ่และเติบโตยิ่งขึ้น อีกทั้งยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวทีนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยน พัฒนาเทคโนโลยีทางธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันในหมู่ประเทศพี่น้องทั่วโลก

ประเทศเกาหลีกับอาเซียนได้มีการร่วมมือเพื่อความอยู่รอด มีการติดต่อแลกเปลี่ยน และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอดระยะเวลา 20 ปี และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้เริ่มอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา กลุ่มอาเซียน-เกาหลีได้มีการแถลงความร่วมมือเพื่อความสัมพันธ์ที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นประเทศเกาหลี หนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศผู้นำความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน-แปซิฟิก (ARF) อีกทั้งเป็นประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) อีกด้วย

ปีที่ผ่านมา การค้าระหว่างประเทศเกาหลีกับอาเซียนนั้นมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับประเทศเกาหลีแล้ว อาเซียนถือเป็นกลุ่มประเทศคู่ค้าที่สำคัญเฉกเช่น ยุโรปและจีน และนอกเหนือจากการเจรจาทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ว่าด้วยการค้าและบริการแล้ว ประเทศเกาหลีจะทำความตกลงว่าด้วยการลงทุนอีกด้วย เพื่อให้สมกับเป็นหุ้นส่วนร่วมกันสร้างการค้าเสรีอย่างแท้จริงระหว่างอาเซียน-เกาหลี

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งศูนย์อาเซียน-เกาหลี (ASEAN-Korean Centre) อีกทั้งยังมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อความร่วมมือระหว่างอาเซียน-เกาหลีอีกด้วย โดยมุ่งเน้นเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาและขยายอุตสาหกรรมและธุรกิจที่มีอยู่เดิมให้ดีและเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งค้นหา และสรรค์สร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมากกว่าการแลกเปลี่ยนแค่ทรัพยากรบุคคล หรือวัฒนธรรม

อีกทั้ง สองฝ่ายยังร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและเจรจาเพื่อหาแนวทาง หรือมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ดั่งเช่นโครงการลดโลกร้อน (Low Carbon) การเติบใหญ่แบบสีเขียว (Green Growth) ที่ประเทศเกาหลีได้เป็นแกนนำริเริ่ม ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศเกาหลีได้จัดทำห้องแสดงนิทรรศการการ Green Growth เผยให้เห็นวิสัยทัศน์และการนำ Green Tech เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มาเผยแพร่ในงานด้วย

นอกจากนี้ ประเทศเกาหลีจะเพิ่มมาตรการเพื่อให้ผู้ฝึกฝีมือแรงงานได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในประเทศเกาหลีมากยิ่งขึ้น จะให้มีการจัดส่งคณะอาสาสมัครที่ได้คัดสรรว่าเหมาะสมไปยังประเทศต่างๆ จะกระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าวิจัยร่วมกันในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าผลของความร่วมมือในการปฏิบัติจริงเหล่านี้จะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลได้

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี อี มย็อง บัก ได้แถลงเรื่อง "แนวทางการทูตเอเชียใหม่" ว่าจะเพิ่มมาตรการความร่วมมือแบบหลากทิศทางกับกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์และร่วมมือทางการทูตให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะประเทศเกาหลีพึงตระหนักอยู่เสมอว่า อาเซียนเป็นศูนย์กลาง (Centrality) ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีในครั้งนี้ เกาหลีคาดหวังว่าประเทศไทย ประเทศหนึ่งในสมาชิกอาเซียน จะมีบทบาทและทำหน้าที่ศูนย์กลางที่สำคัญไม่เหมือนใคร

ในวันสุดท้ายของการประชุม เหล่าผู้นำจากอาเซียน-เกาหลีจะร่วมกันประกาศข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยจะร่วมลงนามใน "คำแถลงร่วม" และแถลงการณ์ด้วยกัน นี่เป็นหลักประกันและทำให้มั่นใจได้ว่าจะเกิดความสงบสุข, ความปลอดภัย, การพัฒนา, การรวมตัว และความรุ่งโรจน์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างต่อเนื่อง

"คำแถลงร่วม" ระหว่างอาเซียน-เกาหลีในครั้งนี้ จะเป็นการยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่า สัมพันธภาพระหว่างอาเซียน-เกาหลีจะยังคงแน่นแฟ้น เป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความรุ่งโรจน์แห่งภูมิภาคต่อไปเหมือนดั่งที่เคยเป็นมาตลอด 20 ปี


http://www.matichon.co.th/


Korea calls for close ties with Asean
By: AGENCIES
Published: 1/06/2009 at 04:52 AM


Seogwipo - South Korea imposed heavy security on Sunday for a summit with Asean leaders following North Korean nuclear and missile tests that frayed nerves across the region.

South Korean President Lee Myung-bak called on Sunday for closer business and cultural ties with Southeast Asia to create a common economic community that is a leader in green growth.


See earlier report: Thailand condemns North Korea
Lee, who invited leaders from the Association of Southeast Asian nations to commemorate 20 years of relations between the Seoul and the bloc, hailed the expansion of their economic ties.

Total trade has grown 11 times over the past two decades to $90.2 billion last year, he said, and is expected to increase to $150 billion by 2015.

"We must strengthen our economic partnership, expand cultural exchange and become partners in our common goal of taking the lead in the new era of green growth," Lee told business executives ahead of a summit on Monday and Tuesday. "We have the vast potential for future growth."

The two sides have concluded free trade agreements in goods and services and plan to sign an investment accord at the summit.

The summit was planned months ago, but North Korea’s underground nuclear test and a series of short-range missile launches last week threatens to steal the limelight from economic and diplomatic matters.

The summit venue of Seogwipo - on the island of Jeju off the southern coast - is the city farthest away from the North. Still, the nervous South Korean government is taking no chances, positioning a surface-to-air missile outside the venue aimed toward the north, amid signs Pyongyang was preparing to stage a new long-range missile exercise.

Prime Minister Abhisit Vejjajiva was among the leaders of the 10-member Association of Southeast Asian Nations (Asean) attending the two-day summit, which begins Monday and commemorates 20 years of relations between South Korea and the bloc.

Some 5,000 police officers, including approximately 200 commandos, and special vehicles that can analyse sarin gas and other chemicals have been deployed near the venue of the Seogwipo summit.

Marines, special forces and air patrols also kept watch on the island.

South Korean officials said Saturday that spy satellites had spotted signs that the North may be preparing to transport a long-range missile to a launch site.

The North has attacked South Korean targets before, bombing a Korea Air jet in 1987 and trying to kill then-President Chun Doo-hwan in Burma in 1983.

On Saturday in Singapore, US Defence Secretary Robert Gates warned at an annual meeting of defense and security officials that the United States would not accept a nuclear-armed North Korea, while China called for calm.

Gates said North Korea’s defiant acts could spark an arms race with serious consequences for Asia.

“Our goal is complete and verifiable denuclearisation of the Korean peninsula, and we will not accept North Korea as a nuclear state,” Gates said.

http://www.bangkokpost.com/

Jeju International Convention Center

한.아세안 정상들 2일 공동성명 채택
1일 20년 협력관계 평가및 발전방향 토의


2009년 05월 31일 (일) 김재범 기자 kimjb@jejunews.com

6월 1일과 2일 제주국제컨벤션센터(ICC JeJu)에서 열리는 ‘한-아세안 특별정상회의’.

이 행사는 한국과 아세안(ASEAN.동남아국가연합)간 대화관계 수립 20주년을 기념해 마련된 다자간 정상회의이다.

이번 행사에 참석하는 아세안 회원국은 필리핀, 말레이시아, 싱가포르, 인도네시아, 태국, 브루나이, 베트남, 라오스, 미얀마, 캄보디아 등 10개 국가이다.

▲정상회의 논의 의제는=첫 날인 1일 오후 시작되는 ‘한-아세안 특별정상회의’ 제1세션은 이명박 대통령과 아세안 10개 회원국 정상이 모두 참석한 가운데 열린다.

제1세션에서는 지난 1989년 대화관계 수립 이후 한-아세안 협력관계 성과에 대한 평가와 함께 앞으로 정치, 안보, 경제, 사회.문화 등 각 분야에서의 발전방향을 중심으로 토의하게 된다.

이틀째인 2일 오전 계속되는 제2세션에서는 국제금융위기, 에너지 안보, 식량안보, 기후변화 등 범세계적 과제들에 대한 협력강화 방안이 논의된다.


한-아세안 정상들은 이번 정상회의 논의 결과를 공동성명으로 채택하게 된다.

이어 제주신라호텔에서 공동기자회견을 가질 예정이다.

각국 정상들은 이에앞서 ICC JeJu에 설치된 녹색성장 전시관을 관람할 계획이다.

▲로고 및 슬로건=로고는 ‘공동 번영의 동반자’로서 한국과 아세안 회원국들이 서로 손을 맞잡은 모습을 형상화하고 있다. 또한 각국이 고유의 색깔을 가지면서도 서로 조화와 화합을 이루는 모습을 무지개색으로 표현해 한국과 아세안의 조화로운 모습을 나타냈다.

슬로건은 ‘Partnership for Real, Friendship for Good’으로 한.아세안의 포괄적 동반자 관계를 실질적으로 발전시키고 문화.인적 교류 증진을 통해 따뜻한 이웃으로 우정을 공유하고자 하는 의지를 함축적으로 표현하고 있다.

▲정상회의 의의 및 기대 효과=아세안 10개국 정상들을 최초로 우리나라에 초청, 한국 외교의 지평을 넓히고 국제적 위상과 역할을 강화하게 된다.

국내에서는 지난 2000년 아시아.유럽정상회의(ASEM)와 2005년 아.태경제협력체(APEC) 정상회의 이후 최대 규모의 정상급 행사로 치러진다.

한. 아세안 협력관계를 한차원 더 높게 강화, 중장기적으로는 우리의 대 아세안 무역 및 투자를 증진시키고 동남아시아 유력기업의 대 한국 투자 및 동남아 관광객의 한국 방문 증대에 도움이 될 전망이다.

특히 다자 정상회의가 국제회의 도시 제주에서 열리면서 제주도의 국제 컨벤션산업 발전과 관광 진흥에 긍정적인 효과가 있을 것으로 기대되고 있다.

<김재범 기자>


http://www.jejunews.com/

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.