7.6.08

เต่าดำ ( อูซา) หรือ วารีเทพ

เต่าดำ ( อูซา) หรือ วารีเทพ

เต่าดำ 玄武 (เสวียนอู่ ในภาษาจีน เกนบุ ในภาษาญี่ปุ่น อูซาหรือ ฮยุน มู ในภาษาเกาหลี) วารีเทพ หรือ เทพผู้พิทักษ์แห่งทิศเหนือ ตัวแทนฤดูหนาว เป็นเทพแห่งธาตุน้ำและดิน สีประจำคือสีดำ ซึ่งถือว่าเป็นทิศที่ไม่ค่อยมงคลสำหรับชาวจีน ก็เพราะ คำว่าเต่าในภาษาจีน มีความหมายในแง่ลบ เป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนาพุทธ (ลัทธิเต๋า) ความศรัทธา อายุยืนยาว ความสุข มีความเชื่อว่าถ้าเทพผู้พิทักษ์เต่าอายุถึง หนึ่งพันปี จะสามารถพูดภาษาคนและทำนายเหตุการณ์อนาคตได้

กล่าวกันว่ากระดองของเต่าสื่อถึงหลังคาแห่งจักรวาล แต่เดิมมาจากการใช้กระดองเต่าในการทำนายทายทัก ซึ่งหมายถึงการให้เต่านำคำถามลงไปสู่โลกแห่งวิญญาณเพื่อนำคำตอบกลับมายังโลกมนุษย์ อีกทั้งกระดองเต่ามีสีดำ จึงปรากฏในรูปเต่าดำ ภายหลังได้มีการขยายความออกไป โดยเห็นว่าเต่าอาศัยอยู่กับน้ำ ทั้งแม่น้ำลำคลองน้อยใหญ่จนถึงท้องทะเลกว้าง จึงได้รับการขนานนามให้เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ อีกทั้งเต่ามีอายุยืนนาน จึงเป็นสัญลักษณ์แทนการมีอายุวัฒนะ


เต่าดำ ซึ่งจะอยู่ด้านหลัง มีรูปลักษณ์เป็นเต่า แต่มีเกล็ดคล้ายงู มีลักษณะร่วมกันของเต่าและงู บ้างใช้สัญลักษณ์เป็นรูปเต่าที่มีงูพันรัดกลางลำตัว จากสัตว์เทพค่อยวิวัฒนาการเป็นรูปลักษณ์ของครึ่งคนครึ่งสัตว์ จากนั้นกลายเป็นเทพที่มีรูปเป็นหญิง


ตามความเชื่อของจีนโบราณ กล่าวกันว่า เทพเจ้าเสวียนอู่ หรือ ปรมาจารย์เจินอู่ มีที่พำนักอยู่ที่เทือกเขาไท่เหอซัน หรือเขาบู้ตึ๊ง หรือ อู่ตังซัน (ในภาษาจีนกลาง) เป็นเทือกเขาที่มีความสำคัญของลัทธิเต๋า ที่เล่าสืบมาว่า ปรมาจารย์เจินอู่ หรือเทพเจ้าเสวียนอู่ ที่ศาสนาเต๋าเคารพนับถือ ได้บำเพ็ญตบะบนยอดเขาแห่งนี้ รู้สึกติดอกติดใจกับเทือกเขา ที่เสมือนเป็นแดนสุขาวดี ได้ใช้วิชาทั้งบุ๋นและบู้ต่อกรกับภิกษุหลายรูปของฝ่ายพุทธ จนได้รับชัยชนะ สามารถยึดเขาแห่งนี้เป็นที่พำนักสืบมา

และต่อมา... เขาบู้ตึ๊งได้กลายมาเป็นแหล่งฝึกวิชา และเข้าฌานของนักพรตลัทธิเต๋า หลายสำนักมาหลายยุคสมัย และยังเป็นที่กำเนิดสุดยอดวิชากังฟูที่โด่งดัง ตามที่เราเคยคุ้นหูคุ้นตาในนิยายกำลังภายในด้วย
Roytavan : Writer

[VOD]2008.06.05 예능 뉴스 TWSSG Press conference

Source : Daum / byjgallery
Post by komomo / Thank you komomo for share

Click Here

6.6.08

BYJ playing piano!

Posted by Joanne in Quilt.
BYJssi playing piano version of "approval"

the current music on KOB.In the Legend OST

Click Here

เรื่องย่อ ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ (ตอนอวสาน)


...ตอนที่24 (1)...

ทัมด๊ก เสด็จจนมาถึงตัว ซูจินี ตรัสถามว่า : ของในเกวียนนี้เป็นของเจ้าหรือ
ซูจินี ไม่ทูลตอบคำถาม ทรงถามต่อว่า : ล้อเกวียนหักหรือ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปที่ล้อเกวียนที่เป็นปํญหา : ถ้าเราซ่อมตรงนี้มันจะใช้ได้อีก




ซูจินี : ได้ทรงโปรด ทรงโปรดทำเป็นไม่เห็นหม่อมฉัน แล้วเสด็จกลับไปเถิดเพคะ
ทัมด๊ก ละสายพระเนตรจากล้อเกวียน มาที่ ซูจินี
ซูจินี กราบทูลย้ำ : ปล่อยเราไป
ทัมด๊ก : ไม่…. ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอีก

ซูจินี : หม่อมฉันอยู่กับฝ่าบาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นทรงทำเป็นเห็นคนที่คล้ายผู้หญิงที่ฝ่าบาททรงเคยรู้จัก และปล่อยหม่อมฉันไป ก้มศีรษะถวายคำนับ หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้
ทัมด๊ก พระสุรเสียงเข้ม : ทำตามที่เจ้าต้องการ ถ้าเจ้าไม่ไปกับข้า เช่นนั้นข้าก็จะไปกับเจ้า สิ่งที่ข้าต้องการก็คือได้อยู่กับเจ้า
ซูจินี : แต่ฝ่าบาททรงเป็นกษัตริย์ ฝ่าบาทต้องประทับอยู่ที่วัง
ทัมด๊ก : จากนี้ไป ที่ใดมีเจ้า ที่นั่นคือวังของข้า



ทรงใช้พระบาท เตะล้อเกวียน โดยแรง : ตอนนี้เจ้าไปไหนไม่ได้อีกแล้ว ข้าจะไปเอาวังและทหารของข้ามาที่นี่ ทรงหันพระปฤษฎางค์ ทำเหมือนว่าจะไปทรงม้า พระราชดำเนิน ไปได้ไม่กี่ ก้าว ก็หยุดหมุนพระองค์กลับ ทรงกลับมากอด ซูจินี พลาง



ตรัสว่า : อย่าทำเช่นนี้เลยนะ ถ้าเจ้าเป็นฟินิกซ์ดำ และจะทำให้โลกลุกเป็นไฟถ้าเป็น เช่นนั้น ทำมันข้างๆข้า ข้าจะเป็นโล่ป้องกันให้เจ้าเอง
ซูจินี ซบลงที่พระอังสา (บ่า) ค่อยๆ ยกมือ โอบกอด รอบพระองค์ของ ทัมด๊ก น้ำตารินไหล



ทัมด๊ก : ได้โปรด เจ้าไม่ต้องไปไหนอีกแล้ว ทรงมีพระอัสสุชล เช่นกัน
( ฮือ ฮือ ตกลงว่า นี่เป็นฉากรัก หนึ่งเดียวของ ทัมด๊ก และซูจินี )




ที่หมู่บ้านนอกป้อม ฮยอนโด ของโคคุเรียว
ขุนพลโก ที่ชราลงมาก ถวายรายงานว่า : ทหาร 2 หมื่นนาย จาก 5หมื่นนาย ได้ข้ามทะเลตะวันออก สู่ ดินแดนของชิลลา ใช้ไม้ชี้แผนที่ ที่ทหารยกเข้ามา
กราบทูลรายงานต่อ : กองทหารที่เหลือจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ไปทางใต้ สู่คายาและญี่ปุ่น พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : อย่าปล่อยให้พวกเขา เข้าสู่สงครามเล็ก ๆน้อย
ขุนพลโก : ฝ่าบาทไม่ต้องทรงห่วง เรามี แม่ทัพฮีกแก เป็นแม่ทัพ พะย่ะค่ะ
จูมูชิ วิ่งเข้ามาเกาะโต๊ะทรงงาน ถามหา ซูจินี ว่า นางอยูที่ใด หม่อมฉันได้ยินว่า ทรงพบนางแล้ว
ทัมด๊ก ทรงพระสรวล
ส่วนเด็กน้อย ก็วิ่งซุกซนเอาไม้เท้าของ ฮยอนโกมาเล่น
ฮยอนโก วิ่งไล่ตาม ซูจินี กำลัง ทำอาหาร อยู่ ก็แกล้งถามว่า จะเอาไม้เท้ามาใส่ไฟหรือ คงลุกไหม้ดี ซูจินี รับไม้ มาจาก อาจิ๊ก และส่งคืนให้ ฮยอนโก แล้วก็บ่นอาจารย์ เหมือนเมื่อครั้งเป็นเด็ก ๆว่า ท่านจะวางสิ่งนี้ไว้เรี่ยราดได้หรือ
ฮยอนโก รับคืนมาตอบว่า : นี่เป็นของปลอม ของจริงอยู่ที่หมู่บ้านโคมิล : ข้าไม่มีความสามารถในการต่อสู้หรือขี่ม้าได้ดี ไม่มีอำนาจที่จะบังคับน้ำ ไม่สามารถอวดดีที่จะคุ้มครองสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ ข้าให้ความคุ้มครองไม่ได้แม้แต่ลูกศิษย์ ของตัวเอง ( โถ ลุงเต่าดำ น้อยใจตัวเองหรือนั่น) ซูจินี ถามถึงทุกคนว่าสบายดีหรือ น้ำตาคลอ เมื่อไม่มีข้า ท่านคงไม่ต้องมีปัญหาอะไรหรอกนะ
ฮยอนโก ดีใจที่พบศิษย์รัก ที่ตัวเองเป็นห่วงตลอดเวลา และหวังที่จะไม่ให้ใครได้พบซูจินี : นั่นเป็นทางเดียว ที่เจ้าจะอยู่ได้นาน
ซูจินี รู้ซึ้งถึงความรัก ความอ็นดู ที่ ฮยอนโก มีมาตลอด ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา รับคำว่า : ข้ารู้ แล้ว ฮยอนโก ก็ ทนไม่ไหวกับความสงสัยของตัวเอง ถามซูจินีว่า : เด็กคนนั้นเขาเป็นลูกใคร
ซูจินี : เขาเป็นลูกของพี่สาวข้า
ฮยอนโก แปลกใจกับการที่ ซูจินี มีพี่สาว ทวนคำว่า อะไรนะ.. .พี่สาว ของเจ้า
ซูจินี ย้ำอีกครั้งว่า ถูกต้องพี่สาวของข้า ไม่ทันที่ฮยอนโกจะได้ซักถามอะไร ต่อ
จูมูชิ ก็วิ่งผ่านมา และผ่านเลยไป แล้วก็วิ่งกลับมาใหม่ กางสองมือจะกอด ซูจินี แล้วชะงัก นึกขึ้นมาได้ที่ซูจินี ดูเป็นหญิงสาว ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นจับไหล่ ซูจินี หมุนไปรอบๆ : เป็นยังไง เวลานี้เจ้าดูเหมือนผู้หญิงเลยนะ
แต่ซูจินี กอด จูมูชิ แรงๆ ดังป้าบ ส่งยิ้มให้ ชอโร ที่ยืน กอดอก มองดูอยู่ ในมือถือทวนอย่างเคยต่างคนต่างยิ้มให้กันส่งคำทักทายว่าดีใจที่ได้พบกันอีกด้วยสายตา
ดัลโก เข้ามาถวายรายงานว่า ทหาร หนึ่งหมื่นห้าพันนายของยาน เข้าโจมตี ป้อมชิน และมุ่งหน้าไปทางเหนือ
ทหารที่อยู่ในบริเวณนั้นพากันหันมา
ขุนพลโก : หนึ่งหมื่นห้าพันนาย ก็ครึ่งหนึ่งของกองทัพพวกนั้น มันไม่แปลกหรือว่า พวกนั้นมุ่งหน้าไปทางเหนือ ในขณะที่เราอยู่ทางใต้ พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : จุดมุ่งหมายของพวกนั้น คือให้เราตามไปทางเหนือ
ขุนพลโก : ตามพวกนั้นไปไหน พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : เราจะรู้เมื่อเราตามพวกนั้นไป แต่ข้าไม่มีแผนการที่จะทำเช่นนั้น เพราะข้าได้รับรายงานมาว่า มันเป็นกับดัก
องครักษ์กัมดง มอง ทัมด๊ก แล้วค่อย ๆ เลี่ยงออกมา
ทัมด๊ก ทรงสั่งให้ดัลโก ไปคอรัล ส่งสาสน์ให้ กับข่าน อัตทิลา
ทัมด๊ก : มีคนบางคนกำลังใช้ทหารยาน สามหมื่นนาย เป็นเหยื่อ ข้าไม่คิดว่าสงครามครั้งนี้จะเป็นเพียงการเอาชนะป้อมปราการไม่กี่แห่ง



ขุนพลโก : ทหาร ห้า หมื่นนายของเรา กำลังมุ่งหน้าไปชิลลา หม่อมฉันจะเรียก พวกนั้นกลับมาบ้างไหม พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : มันสายไปแล้ว ถ้าเราเรียกทหารกลับมามากไป แพคเจ จะถือเป็นข้อได้เปรียบ รวบรวมทหารที่เหลือมาที่นี่ ทิ้งกองกำลังในป้อมไว้ทางตะวันตก แต่ที่เหลือต้องอยู่ที่นี่
จูมูชิ ยังคุยเรื่องราวของ ดัลบี ท้องให้ซูจินี และฮยอนโก ฟัง : เดือนหน้าข้าจะเป็นพ่อของลูกแฝดแล้ว เด็กน้อย อาจิ๊ก วิ่งมาชนกับองครักษ์ กัมดง อาจิ๊ก ก้มคำนับ ขอโทษ ถามว่า : ไม่เจ็บใช่ไหม แล้ววิ่งไปหาท่านน้า
ซูจินี : ดัลบีที่น่าสงสาร
ฮยอนโก : น่าสงสารจริงๆ
จูมูชิ ยังอยากคุยอวดต่อกับซูจินี : อะไร เจ้ารู้ไหมว่า นางได้รับความรักมากแค่ไหน นางสวย ทำอาหารเก่ง แล้วก็ฉลาด
องครักษ์ กัมดง ผละ ออกไปข้างนอก ฮยอนโก มองอย่างรู้สึกแปลก ๆ
องครักษ์ กัมดง เดินมาตามถนน เจอกับม้าของพวกฮวาซิน องครักษ์ กัมดงทำท่าจะหนี พอหันมาก็เจอ แทจังโร และทหารเดินเท้าอีกกลุ่ม ถูกล้อมอยู่ตรงกลาง แทจังโร เดินเข้าหา กัมดง คุกเข่าลง แทจังโร เอามือวางบนไหล่ กัมดง ข้างซอกคอ มองเห็นสัญลักษณ์ฮวานเซินปรากฏอยู่ แทจังโร เอานิ้วมือทาบตรงสัญลักษณ์ กัมดง ทำหน้าตาเจ็บปวดแหงนหน้าส่งเสียงร้อง แล้ว แทจังโร ก็มองเห็นภาพ เรื่องราว เมื่อครู่ของ กษัตริย์ อาจิ๊ก และซูจินี ภาพสัญลักษณ์ ศักดิ์สิทธิ์ ที่หมูบ้านโคมิล อาจิ๊กที่วิ่งมาชนกับ กัมดง
แทจังโร : ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ในรอบ 8 ปี นางเอาเด็กคนนั้นมาด้วยหรือ และนางบอกว่านางมีพี่น้อง นางมีพี่สาว กัมดง ได้ แต่ตอบคำ ด้วยคำว่าใช่ อย่างเดียว
แทจังโรรู้ว่า ทายาทแห่งสวรรค์อยู่ใกล้แค่นี้เองหลังจากที่ ซูจินี หายไป ถึง 8 ปี ยิ้มชั่วร้ายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้จะ 8 ปี แล้วเหมือนกัน



ในคืนข้างแรม พระจันทร์ครึ่งดวง
ทัมด๊ก : นี่คือ แพคเจ ชิลลา และโคคุเรียวของเรา แล้วข้าบอกว่าปราสาทโกกแนอยู่ที่ใด หือ
อาจิ๊ก เอานิ้วมือน้อยๆ จิ้มลงไป
ทัมด๊ก : เจ้านี่เก่งจริงๆ เจ้าจำทุกอย่างที่ข้าบอกได้ทันที ทรงหันไปทางซูจินี ที่ถืออ่าง สี่เหลี่ยม เข้ามาสักครู่แล้ว ทรงถามว่า : เจ้าบอกว่าเขาชื่ออาจิ๊กหรือ
ซูจินี : เพคะ อาจิ๊ก อาจิ๊กแปลว่ายังไม่เรียบร้อย
ทัมด๊ก : ทำไมถึงเป็นอาจิ๊กเล่า ?
อาจิ๊ก : เพราะว่าหม่อมฉันยังตั้งชื่อไม่ได้
ทัมด๊ก ทรงพระสรวล : มันไม่เห็นเข้าเรื่อง
อาจิ๊ก : มันจริง



ซูจินี ยื่นอ่างให้ : ล้างตัวด้วยน้ำนี่มันยังอุ่นๆ อยู่
ทัมด๊ก ทรงวางอ่างลง เอาผ้าชุบน้ำ ทรงถามว่า : นางเป็นคนที่เจ้าพบระหว่างทางหรือ ทรงบิดผ้าที่ชุบน้ำ หันไปทางซูจินี : ทรงหันไปทางอาจิ๊ก ที่ใบหน้าเปื้อน : เจ้าน่ะเป็นตัวปัญหาใช่ไหม อาจิ๊ก ทูลตอบว่า : ไม่หม่อมฉันเป็นเด็กดีพะย่ะค่ะ ทรงใช้ผ้าเช็ดหน้าให้อาจิ๊ก ทรงถามว่า : น้าของเจ้ายังดื่มมากอยู่หรือไม่ อาจิ๊ก ทูลว่า : ไม่ นางไม่ดื่ม แม้แต่หยดเดียว ก็ไม่ได้ดื่มพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก หันไปมองซูจินี แบบแปลกพระทัย ที่ ซูจินีไม่เคยดื่มเหล้าเลย ในช่วง 8 ปี ที่ผ่านมา
ซูจินี ที่ตั้งแต่ถืออ่างน้ำเข้ามา ไม่ได้คลาดสายตาไปจากทัมด๊กเลย ( มองความผูกพันด้วยสายเลือดแห่งความเป็นพระบิดา พระโอรส) ซูจินี หลบสายตาลง
ทัมด๊ก ทรงตรัสว่า : เจ้ากลัวว่าถ้าเจ้าดื่ม เจ้าจะหลับไป แล้วข้าก็เจ้าพบเจ้าหรือ ทรงเช็ดหน้าให้อาจิ๊ก เอาละเสร็จแล้ว เจ้านอนที่ไหน อาจิ๊กลุกขึ้นไปกอดซูจินี ทูลว่า : นอนกับท่านน้า กษัตริย์ทรงพระสรวล : อืม... ไม่ค่อยดีหรอกนะ มีคนมากมายกำลังรอน้าของเจ้า อยู่ ( จะใครเสียอีกเล่า ก็ทัมด๊ก เองนั่นแหละ รอมาตั้ง 8 ปีแล้ว )
ทัมด๊กวางผ้าเช็ดหน้าลงแล้วหยิบห่อของขึ้นมา ชื้นหนึ่ง ดำรัสว่า ชุดเกราะ นี้บาซอน ทำเป็นพิเศษให้ เจ้า ข้าเอามันติดตัวไปด้วยทุกแห่งถ้าหากข้าบังเอิญได้พบเจ้า
ซูจินี บอกกับอาจิ๊กว่า : ทำไมเจ้าไม่กลับไปที่ห้อง อีกสักครู่น้าจะกลับไป
อาจิ๊ก รับคำ แล้วเดินออกไป ซูจินีนั่งลงแทนที่ อาจิ๊ก



ทัมด๊ก : ข้าไม่เคยเชื่อข่าวลือว่าเจ้าตายแล้ว เพราะข้าไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้น เกิดขึ้น
ซูจินี กราบทูล ว่า : เมื่อถึงเวลา หม่อมฉันมีเรื่องที่จะทูลกับฝ่าบาท
ทัมด๊ก : ข้าไม่รู้ว่าจะทนรอต่อไปอีกได้หรือไม่
ซูจินี : หม่อมฉันขอสัญญาข้อหนึ่งได้ไหมเพคะ เมื่อถึงเวลา ฝ่าบาทต้องไม่ลังเล
ทัมด๊ก : ข้าสัญญาข้าจะไม่ลังเล แต่ข้าจะทำตามวิธีของข้า ไม่ใช่ตามที่สวรรค์สั่ง แต่เป็นทางเดินที่ข้าเลือกเอง ( แง แง ...ฮือ....)



ทหารเข้ามากราบทูลว่า : ฝ่าบาท มีการโจมตีที่ป้อมชิน จูมูชิ โมโห เป็นพายุ เข้ามา ในที่ประทับเข้ามาผลักทหารคนนั้นกระเด็นไป ทูลว่า : เจ้าสารเลวพวกนั้นกำลังใช้ประชาชนของเราเป็นเสมือนทำเส้นถนน เราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรดี ใช้เท้าเตะข้าวของแถวนั้นกระเด็นไป เราจะฆ่าพวกมันอย่างไรดี เราจะทำลายมันอย่างไร ทุบของปังหนึ่ง แล้วก็เดินออกไป
ทัมด๊ก หยิบชุดเกราะของซูจินีพาเด็กตามข้ามา เจ้าจะปลอดภัยถ้าอยู่กับข้า แล้วส่งชุดเกราะให้

ที่หมู่บ้านโคมิล
นกบูรุมแช ร้องส่งข่าว ตามมาด้วยเสียงตะโกน มันเป็นพวกฮวาเซิน ศิษย์โคมิล วิ่งมารายงานผู้อาวุโส อาจารย์... อาจารย์... การป้องกันของเรามีช่องโหว่ ผู้อาวุโส ปรึกษากันว่า เราจะทำอย่างไรดี พวกฮวาเซินมาที่นี่หัวหน้าเอานักรบของเราไปหมด เราทำอะไรไม่ได้ เราต้องคุ้มครองสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เอง แทจังโร พาทหารฮวาเซินบุกไปหมู่บ้านโคมิล ด้วยตัวเองฆ่าศิษย์โคมิล ที่อยู่ในหมู่บ้าน แม้ผู้อาวุโส จะพยายามใช้มนตร์ปิดบังประตูที่เป็นห้องเก็บสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ แทจังโร จอมขมังเวทย์ มีเวทย์มนตร์ที่เหนือกว่า ก็ สามารถหาห้องนี้พบ และใช้ มนตร์ดำ ฆ่า บรรดาผู้อาวุโสของโคมิลตายหมดและเอาสัญลักษณ์ เต่าดำ และเสือขาวกลับไป ฮยอนยองที่เห็น นกสื่อข่าว มูรุมแชบนท้องฟ้า ก็กลับมาที่หมู่บ้านได้แต่ร้องไห้โฮ นกมูรุมแช แจ้งข่าวตั้งแต่ ฮวาเซินเข้ามาในเขตหมู่บ้าน แต่ ฮวาเซินมาเร็วมาก จนโคมิลตั้งตัวไม่ทัน

ที่วัด อาบูลันซา
อิลซู รายงานยอนโอแก ว่า กองทัพของเราจับเชลยได้ อีก500 คน โคคุเรียวยังไม่เคลื่อนไหว ท่านจะสั่งให้ทำถนนโดยใช้ซากศพของนักโทษอีกหรือไม่
ยอนโฮแก พูดไปคนละเรื่องว่า นางวางแผนจะจบทุกสิ่ง นางต้องการฆ่ากษัตริย์จูชินและขโมยอำนาจแห่งสวรรค์ นางดูเหมือนยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายของนาง และเมื่อนางทำสำเร็จ นางจะจากโลกนี้ไป เพราะที่นี่นางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว และนางจะบอกลาข้า โดยไม่ต้องหวนคิดซ้ำสอง ทำไมนางช่างไม่รู้เลย ข้า...ข้าไม่เคยต้องการอำนาจจากสวรรค์ ข้าจะใช้มันเพื่อใครหากว่าข้าได้มันมาแล้ว (ตกลง ยอนโฮแก ที่เข้าใจทุกอย่างดี ก็ยังลุ่มหลง ที่จะทำทุกอย่างที่โซคีฮา สั่งการ เพียงเพราะเป็นคำสั่งของโซคีฮา ยอนโฮแก ผู้น่าสมเพชเวทนา)

ที่ถนนสายเหนือของป้อมชิน มีซากศพ โคคุเรียวนอนตายมากมาย
ขุนพลโก : พวกนั้นต้องการให้เราติดตามศพไป พวกนั้นวางกับดักเรา
จูมูชิโมโหว่า เป็นกับดักแล้วอย่างไร ทหารแค่ 7 พันนาย เอาชนะพวกนั้นได้อยู่แล้ว พวกนั้นมาจากยาน ไม่รู้วิธีการแกว่งดาบด้วยซ้ำไป ไปกันเถอะ
ทัมด๊ก : ท่านอาจารย์มาถึงหรือยัง
มีศิษย์โคมิล 2 คนขี่ม้ามาเข้ามาส่งสารให้ฮยอนโก ท่าทางคนส่งสารเศร้าสร้อย ฮยอนโกยกไม้เท้าถามศิษย์ ว่าอะไร และหันมาทางทัมด๊ก
ทัมด๊ก : รายงานความเคลื่อนไหวของกองทหารบุควีมาถึงหรือยัง
ฮยอนโก : เสียงสั่น ทูลตอบว่า บุควี กองทหารบุควี แล้วทำท่ากลืนเสียงร้องไห้ลงไป
ทัมด๊ก : เกิดอะไรขึ้น

ฮยอนโก : หมู่บ้านโคมิลถูกโจมตี พะย่ะค่ะ พวกนั้นเอาสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เต่าดำ และเสือขาวไป ในฐานะหัวหน้า หม่อมฉันรู้สึกละอาย ต่อชาวโคมิล และต่อพระพักตร์ของพระองค์ โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยพะย่ะค่ะ แล้วก็ร้องไห้...ฝ่าบาท...
ทัมด๊ก : พวกลูกศิษย์เป็นอย่างไร
ฮยอนโก : หม่อมฉันไม่รู้ ไม่มีใครรอดชีวิต เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่.... มันต้องเป็นฝีมือของพวกฮวาเซิน พวกนั้นกำลังบอกให้เราตามไปอาบูลันซา เวลานี้ พวกนั้นมีสัญลักษณ์ทั้งสี่แล้ว สิ่งที่พวกนั้นต้องการในตอนนี้ ก็คือกษัตริย์ และด้วยเหตุนี้พวกเขาถึงต้องการให้ฝ่าบาทเสด็จไป พวกนั้นต้องการให้ฝ่าบาทเปิดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์หรือ...
มีภาพ เทพฮวานอุง เอาสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ 4 อย่าง วางบนแท่งหิน ใช้ฝ่าพระหัตถ์วางทาบบนแท่งหิน
ทัมด๊ก : หรือพวกนั้น ต้องการเอาหัวใจของข้า และเปิดด้วยตัวพวกเขาเอง
ฮยอนโก : พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ทรงทอดพระเนตรซากศพ และเสด็จพระราชดำเนินเอาพระหัตถ์ไปวางบนไหล่ ฮยอนโก เพื่อปลอบใจพระอาจารย์
กองทหาร คอรัล หนึ่งหมื่นนาย เข้าโคคุเรียว



ใน ห้องบัญชาการ (war room)
ทัมด๊ก ได้รับรายงานว่า : ฝ่าบาท ข่านแห่งคอรัล ส่งทหารของคอรัลมา หนึ่งหมื่นนาย พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ด ประทับยืนต้อนรับ ผู้นำทัพคอรัล
ทรงตรัสว่า : ยินดีต้อนรับพี่น้อง ทรงกอดผู้นำกองทัพ ทรงตบไหล่ทักทายทหารคอรัลอีกคน
ขุนพลโก กราบทูลว่า : ฝ่าบาท เวลานี้เรามีทหารคอรัลหนึ่งหมื่นนาย และทหารของเราอีก เจ็ดพันนาย และยังมีอีก หนึ่งหมื่นสองพันนายจากป้อมปราการต่างๆ พะย่ะค่ะ
จูมูชิ : เผ่ามัลกัล ก็ส่งนักรบมาร่วมด้วย จูมูชินำหัวหน้าเผ่าเข้ามา พวกนั้นมีประมาณ ห้าพันนาย มีที่จะให้พวกนั้นไหม
นั่นทำให้เรามีทหารประมาณ สามหมื่นสี่พันนาย แต่ว่า...พวกนั้น มี 1 แสน นาย พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ประทับนั่งทอดพระเนตรแผนที่ กับ ฮยอนโกนั่งม้วนหนังสือ
ฮยอนโก : ฝ่าบาท อย่าทรงไปหาพวกนั้น ถึงแม้พวกมันจะมีสัญลักษณ์ทั้งสี่ พวกนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ หากไม่ได้พระโลหิตของพระองค์ ถ้าเสด็จไปหาพวกมันตอนนี้ ฝ่าบาทอาจต้องสละ พระหทัยให้กับพวกมันพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ประทับนั่งครุ่นคิด
ซูจินี หยิบธนู ชะโงกดูหลาน ขยับห่มผ้าห่มให้ เอามือแตะแก้มอย่างรักและเอ็นดู



องครักษ์กัมดงเดินมาที่ห้องของซูจินี ยังไม่ทันถึงบานประตู ซูจินีก็เปิดประตูออกมาพอดี เห็นชอโรนั่งพิงเสาอยู่ ก็ถามว่าท่านทำอะไรอยู่ตรงนั้น


ชอโร ตอบว่า ข้ากำลังอยู่เวรยาม
ซูจินีปิดประตูห้อง ชอโร ลุกขึ้น หันไปมองบานประตูแล้วก็เดินตามซูจินีออกไป องครักษ์กัมดงก็เลี้ยวมุมมาพอดี เข้าไปในห้อง
ซูจินี เดินออกมาแล้ว รู้สึก พะวักพะวนใจเหลียวมองข้างหลังที่ตนเองเดินจากมา พอดีมีทหารตะโกนขึ้น ว่า หัวหน้า ...หัวหน้า ...ใช่นางจริงๆ..... มีทหาร 4 นายวิ่งมาหา ดูสิเป็นนางจริงๆด้วย หัวหน้า แล้วก็ทำท่าแตะอกแสดงความเคารพหัวหน้าหญิงซูจินี ซูจินีทำท่าเดียวกันตอบ มีทหารคนหนึ่งถามว่าท่านไปไหนมา ท่านสวยจริง และรายงาน ว่า เจ้านี่แต่งงานแล้ว แล้วเจ้านี่ก็เป็นพ่อลูกแฝด ซูจินีเหลียวกลับไปมองอีกครั้ง แล้วก็หัวเราะกับคำรายงานของทหาร 4 คน ออกเดินนำหน้า ทหารคนหนึ่งพูดว่า หยุดร้องไห้คิดถึงเมียของเจ้าได้แล้ว เรารู้ว่าเจ้าคิดถึงนางจริงๆ ซูจินีเรื่มสังหรณ์ใจรุนแรง หยุดเดินแล้วหันหลังกลับ ทหาร เรียก หัวหน้า หัวหน้า ซูจินีวิ่งกลับไปที่ห้อง
องครักษ์กัมดง เดินไปที่เตียงของอาจิ๊ก เปิดผ้าห่มประคองอาจิ๊กขึ้นมานั่ง เอาหนังสือวางแทนที่ อาจื๊กบิดขี้เกียจ และพูดว่า : สวัสดีท่านอา องครักษ์บอกว่า : ข้าได้รับคำสั่งให้มารับเจ้า อาจิ๊กถามว่า : โดยท่านน้าหรือ องครักษ์กัมดง :ไปเถอะ แล้วอุ้มอาจิ๊กขึ้น หญิงรับใช้เข้ามาทำท่าเก้งๆ กัง ๆ พอองครักษ์กัมดงหันมามอง ก็ไม่กล้าทำอะไร
ซูจินี วิ่งกลับมาที่ห้อง แต่ว่า ไม่มีอาจิ๊ก อยู่บนเตียงนอนเสียแล้ว ทหารรายงานว่า เด็กถูกพาตัวไปแล้ว

Copyright @ Amorn & SUE

เรื่องย่อ ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ (ตอนที่ 23)


...ตอนที่ 23...

ทัมด๊ก เสด็จพระราชดำเนินที่ระเบียงของพระราชวัง มีขุนพลโก และองครักษ์ ตามเสด็จ
ทัมดีก มีพระประสงค์ จะเสด็จไปช่วย รัชทายาทแห่งยาน ที่กำลังถูกปองร้าย
ขุนพลโก กราบทูลว่า เราจะเอากองทหารไปที่นั่นไม่ได้ มันเป็นดินแดนของยาน
ทรงสั่งให้ขุนพลโกจัดทหาร ห้า พันคน ที่ป้อม ฮยอนโด และป้อมชิน ทหารพวกนั้นต้องเตรียมพร้อม
ขุนพลโก ทูลถามว่า ทรงมีแผนการอะไร พะย่ะค่ะ




ทรงตรัสว่า การที่จะช่วยใครสักคนที่อาจได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของชาติ มันจะเป็นประโยชน์ แก่เราอย่างยิ่ง ทรงขอให้ขุนพลโก ดูแล จัดการ กับรายงาน ที่ ยังกองเป็นภูเขาเลากา อย่างที่เห็น ๆกันอยู่ เหล่านี้ แทนพระองค์
ทรงถามฮยอนโก ว่า มีศิษย์ของโคมิล ที่ป้อมปราการ ยงหรือไม่ ฮยอนโก ทูลตอบว่า มีศิษย์ของโคมิลอยุ่ที่นั่นพอสมควร ทรงให้ ชอโร ตามเสด็จด้วย ส่วนจูมูชิ จะทิ้ง ไว้ที่ปราสาท และให้ขุนพลโก ช่วยจัดการเรื่องของจูมูชิ และดัลบี เพราะ จูมูชิ เอง คงจะลำบากที่จะจัดการเรื่องของดัลบี ด้วยตัวเอง

จูมูชิ ไปที่โรงตีเหล็กของบาซอน
จูมูชิ : ท่านบาซอน ท่านช่วยดูขวานนี้ให้ข้าหน่อย
บาซอน : เจ้าจะลับขวานทุกวันหรือไง
จูมุชิ ตามองอยู่ที่ดัลบี ปากก็พุดกับบาซอนว่า : ดูให้ดีดี ข้าคิดว่าขวานนี้มันคมเกินไป (โถ...จูมูชิ เอ๋ย)
บาซอน : ไปคุยกับนางสิ ไปแล้วจับนางให้ได้ พูดกับนางว่า เจ้าเป็นผู้หญิงของข้า ข้าจะทำให้เจ้ามีความสุข พูดอะไร ทำนองนี้ น่ะ
จูมูชิ : ไหนพูดอีกครั้งสิ ให้ข้าพูดว่าอย่างไรนะ
ฮยอนยอง : น่าสงสารจริง สู้รบเก่งแล้วมีประโยชน์อะไร ดูตัวอย่างข้านะ จับนางไว้อย่างนี้ แล้วก็ จับแขนบาซอน เป็นตัวอย่าง สอนต่อว่า มองเข้าไปในตาของนาง เจ้าอยากเป็นของข้าไหม
บาซอน ผลักหน้าฮยอนยองที่ทำตัวอย่างให้ดูอยู่ ออกไป : ขอโทษ
ดัลบี วิ่งเข้ามาพอดี ถามว่า : ท่านไม่ไปด้วยหรือ
จูมูชิ : ไป..ไหน..ข้าจะไปไหน ?
ดัลบี : ดูเหมือนว่าฝ่าบาท จะทรงเดินทางอีก ข้ากำลังเตรียมเสบียงให้พระองค์
จูมูชิ : เสด็จโดยไม่มีข้าไปด้วย เออ....โมโหผลุนผลันหันกลับ วิ่งไปได้ 2-3 ก้าวก็หยุด
บาซอน : เสด็จอีกแล้ว ทรงไม่เคยประทับที่วังเลย ใน 50 วัน ทรงอยู่ในสนามรบเสีย 20 วัน อีก 20 วัน ก็ เสด็จไปโน่น มานี่ และอีก 5 วัน ก็อยู่ในสนามฝึกซ้อม
จูมูชิ วิ่งกลับมายืนหอบตรงหน้าดัลบี
ฮยอนยองเข้ามากระซิบ เบา ๆ : จับนาง
จูมูชิ : นี่.... (ทำท่าทางรวบรวม สมาธิ และความกล้า คำรามในคอ แล้วเดินออกไปข้างนอก ( โธ่แล้วกันแล้ววิ่งกลับมาทำไมนี่ พ่อจูมูชิ)
ดัลบี เดินแกมวิ่งตามออกมา : ท่านรู้จักบ้านใกล้ ๆ ต้นไม้ใหญ่ ที่ ดองโกลไหม
จูมูชิ : บ้าน ?
ดัลบี : ฝ่าบาท ทรงให้ข้าไปดู และข้าก็ไปดูมาแล้ว ถ้าชอบ ...ฝ่าบาท จะทรงประทานให้ ข้า...ชอบมัน...
จูมูชิ ยิ้มออก
ดัลบี : เมื่อท่านกลับมา ท่านควรไปดูว่าท่านชอบไหม
จูมุชิ ติดอ่างขึ้นมาเสียแล้ว : เมื่อ...ข้ากลับมา...ข้า..ข้าแน่ใจว่า..ข้าจะชอบมัน...บ้าน...หัวเราะเขินๆ แล้วก็ดีใจเต็มที่ หัวเราะก้อง.. แล้วก็หงายหลังหกล้มเพราะเหยียบ ไปโดนหิมะที่พื้นด้านนอก ดัลบี ทำหน้าขบขัน ปนเอ็นดู คนตัวใหญ่เสียงดังฟังชัด ผมทรงนกหัวขวานเสียเหลือเกิน บาซอนและฮยอนยอง เอาฝ่ามือ แปะกัน ร่วมยินดี กับ คนคู่นี้ เพราะช่วยลุ้นเสียเหนื่อยใจมานานแล้ว



ทัมด๊ก เสด็จออกนอกประตูวัง ดำรัสว่า : บอกท่านขุนพล กากิน ที่ป้อมปราการควานมี ให้ใช้กองทหาร ออกไปพรวนดิน มันสำคัญมากที่พวกเขาจะต้องไม่พลาดฤดูกาลเพาะปลูกนี้
องครักษ์ : รับด้วยเกล้าพระเจ้าค่ะ
ขุนพลโก : ฝ่าบาทอย่างน้อย ทรงนำทหารราชองครักษ์ไปด้วย หม่อมฉันจะให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นคนธรรมดาสามัญ พะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : ข้ากำลังจะเดินทางไปประเทศอื่นอย่างลับๆ พร้อมด้วยคนที่ห้อมล้อมข้าหรือ ? มันจะทำให้ข้าปลอดภัยหรือ ทรงพระสรวล ปลอบใจขุนพลโกให้ไม่ต้องห่วงพระองค์ : ข้าจะรีบกลับมา
มีเพียงชอโร และฮยอนโก ตามเสด็จ

ขุนพลโก : ข้าไม่เคยเห็นฝ่าบาท พระทัยร้อนอย่างนี้เลย มีอะไรในสารนั้นหันมาถามองครักษ์
องครักษ์ : อะไรหรือ
ขุนพลโก : สารจากพวกยาน หลังจากทรงทอดพระเนตร ทรงมีท่าทางแปลกไป ท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือ ?
ทัมด๊ก ทรงม้า.. มีเสียง เรียก ฝ่าบาท...
เป็นเสียงของ จูมูชิ : ฝ่าบาท เป็นพระกรุณา สำหรับบ้านพะย่ะค่ะ หัวเราะเริงร่าอีกต่างหาก




ที่ป้อมปราการยง ใน ยาน
ที่พำนักของโกอูน
โกอูน ทายาทคนหนึ่งของโคคุเรียว เป็นหลานปู่ของเชื้อพระวงศ์ ที่ถูกนำไปเป็นเชลย พร้อมราชินีแห่งโคคุเรียว พระอัยยิกา (ย่า) ของทัมด๊ก ได้ส่งสารมาขอความช่วยเหลือ กษัตริย์แห่งโคคุเรียว เพื่อให้ช่วยปกป้องรัชทายาท แห่งยาน (โมยงโบ- ต่อมาได้ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งยานเหนือ) ซึ่งโกอูน เป็นองครักษ์ให้อยู่ ทัมด๊ก เสด็จไปด้วยพระองค์เอง เพราะมีข้อความในสารบอกร่องรอย ของ ซูจินี ทรงตัดสินพระทัยที่จะเสด็จมา
กษัตริย์แห่งยาน ทรงมีพระญาติและพระโอรส หลายพระองค์ ทำให้แก่งแย่งกัน ต่อสู้กันมาโดยตลอด โมยงฮวี พระโอรสองค์ที่สอง พยามจะปลงพระชนม์ รัชทายาท โมยงโบ โดยที่กษัตริย์แห่งยาน ได้แต่ทรงมองดูว่าใครจะรอดชีวิต มิหนำซ้ำไม่ทรงอนุญาตให้รัชทายาท มีกำลังทหาร
ซูจินี มาเป็นครูสอนภาษาโคคุเรียวให้กับ บุตรสาวของโกอูน
โกอูน : อาจารย์ ช่วยพาเด็ก ๆออกไปจากบริเวณนี้สักระยะหนึ่ง ข้าต้องเอาคนไปกับข้าเพื่ออารักขาองค์รัชทายาท ที่นี่จะมีแต่ผู้หญิงและเด็ก ข้าจะส่งคนรับใช้ไปกับท่าน ท่านไปอยู่ที่ชนบทสักพักหนึ่งก่อน
ซูจินี : ข้าเข้าใจ ท่านได้รับคำตอบจากโคคุเรียวแล้วหรือยัง
โกอูน : ข้าไม่ได้คาดหวังอะไร ถ้าหากมีเรื่องขัดแย้งกันภายในยาน นี่จะเป็นสิ่งดีสำหรับโคคุเรียว ถ้าข้าเป็นกษัตริย์แห่งโคคุเรียว ข้าจะพยายามสร้างปัญหา ข้าคิดว่า เราทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์
บุตรสาวโกอูนพูดกับบิดาด้วยภาษายาน โกอูน บอกบุตรสาวว่า พูดตามที่อาจารย์สอนเจ้าสิ เด็กหญิงถามว่า ท่านพ่อจะไปไหนหรือ
โกอูน : ดีมาก พ่อต้องไปบางแห่ง อยู่กับอาจารย์และอย่าทิ้งนาง เด็กหญิงพยักหน้ารับคำ
โกอูน : อาจารย์ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับข้า ซูจินี รีบตอบว่า : ไม่ต้องห่วงเด็กๆ ข้าจะอยู่กับพวกเขา
โกอูน คำนับขอบคุณ ซูจินี บอกให้เด็กๆไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วหันมาอุ้มหลานตัวน้อย ออกไปด้วย
ในตลาด มีทหารขี่ม้า และทหารหลายคนวิ่งมา ซูจินีส่งหลานให้คนรับใช้ ในรถม้ามีเด็กหญิง 2 คนนั่งอยู่ ซูจินี สั่ง ว่า พาเด็กไปก่อน ข้าจะไปร่วมกับเจ้า หลังจากส่งสารเรียบร้อยแล้ว หญิงรับใช้พยักหน้ารับคำ ซูจินี คว้าห่อผ้าและธนู



ที่บ้านของโกอูน ได้ต้อนรับ แขกจากโคคุเรียว
เมื่อโกอูน เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนลุกขึ้นยืน ทัมด๊ก บอก ว่า พวกเรามาที่นี่ตามพระบัญชาของฝ่าบาท
โกอูน : เชิญนั่ง ถ้าเช่นนั้น กษัตริย์แห่งโคคุเรียวคงได้รับสารของข้า พระองค์จะส่งกองทัพมาหรือไม่
ทัมด๊ก : ทรงตรัสว่า จะไม่ส่งมา
โกอูน พยักหน้ายอมรับ : ใช่แน่นอน การส่งกองทัพไปยังดินแดนอื่นเป็นเรื่องลำบาก แต่ข้าคิดว่า ทรงต้องทำบางอย่าง ทรงมีกองกำลังทหารรับจ้างที่เก่งกาจ ข้าคิดว่าอย่างน้อยพระองค์จะส่งพวกนั้นมา
ทัมด๊ก : ใครบอกท่านเช่นนั้น ทรงถามย้ำ ใครบอกท่านเกี่ยวกับเรื่องทหารรับจ้าง
โกอูน : เรามีอาจารย์มาจากโคคุเรียว
ทัมด๊ก : ข้าขอพบอาจารย์ท่านนั้นหน่อยได้ไหม
โกอูน : นางออกไปพร้อมกับเด็ก ๆ แล้ว
มีคนวิ่งเข้ามารายงานว่า โยยงฮวี ได้นำทหารไปยังตำหนักของรัชทายาท ดูเหมือนว่าทหารจะมีมากกว่าร้อยคน
โกอูน : อะไร
พ่อบ้าน : เขาจะโจมตีกลางวันแสกๆ หรือ
โกอูน : กษัตริย์ทรงทำอะไรอยู่
คำตอบ : ไม่มีความเคลื่อนไหวจากพระองค์
โกอูน : ทรงกล่าวว่า จะไม่แทรกแซงหรือไม่
ทัมด๊ก กอดพระอุระฟังอยู่ โกอูน หันมาทางทัมด๊ก : เราต้องคุ้มครององค์รัชทายาท โมยงฮวี เป็นพระโอรสองค์ที่สอง แต่พยายามปลงพระชนม์องค์รัชทายาท กษัตริย์ทรงมองดูว่า ใครจะรอดชีวิต พวกท่านจะช่วยเราหรือไม่ ท่านต้องช่วยชีวิตของรัชทายาท ข้าเป็นองครักษ์ของพระองค์
ฮยอนโก : เรามาเพื่อช่วยท่าน
โกอูน : ข้ารวบรวมคนได้ 50 คน แต่พวกนั้นไม่ใช่นักสู้ ข้าไม่รู้ว่า คนพวกนั้นจะช่วยได้มากน้อยเพียงใด ท่านมีคนสักเท่าใด
จูมูชิ ทำท่าทางนับนิ้ว ทัมด๊กทรงตอบว่า 4 คน โกอูน ทั้งตกใจและผิดหวัง ทัมด๊กทรงถามว่า โมยงฮวีบัญชากองทัพหรือ ข้าคิดว่าพวกเขาคงจะมีฝีมือ
โกอูน : ท่านบอกว่ากษัตริย์โคคุเรียว ส่งท่านมา
ทัมด๊ก : ถูกต้องทรงส่งเราทั้ง 4 คนมา โกฮุน ทำท่าผิดหวังและหมุนตัวออกไปจากห้อง
ทัมด๊ก : ข้าคิดว่าพวกเขาดูถูกพวกเรา ทุกคนลุกขึ้นยืน จูมูชิ : หม่อมฉันเดาว่า เขาคงไม่เลี้ยงอาหารเรา
ฮยอนโก : เวลาเช่นนี้ เจ้ายังจะหิวอีกหรือ ? ฝ่าบาท จะทรงทำเช่นไร พระเจ้าค่ะ
ทัมด๊ก : เราต้องช่วยเขา ข้ามีเรื่องจะถามเขา จูมูชิ เอามือจับท้อง ท่าทางหิวข้าวจริง ๆ



ที่ด้านนอกซูจินี มองเห็นทัมด๊ก และคณะ ที่อาคารอีกหลังหนึ่งในบ้านของโกอูน
ทัมด๊ก : ท่านคิดอย่างไรกับคนเหล่านั้น พวกเขาพอจะเป็นประโยชน์บ้างไหม
จูมูชิ : ขึ้นกับฝ่ายตรงข้าม แต่หม่อมฉันคิดว่า ครึ่งหนึ่งคงยังไม่รู้จักวิธีชักดาบด้วยซ้ำไปพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ทรงพบ โกอูน ที่ยืนครุ่นคิดแก้ปัญหาอยู่ ทรงตรัสด้วยว่า : สิ่งที่เราต้องทำคือการอารักขารัชทายาทหรือ ตามเส้นทางที่มาที่นี่ เราผ่านตำหนักของรัชทายาทมันไม่ใหญ่โตมาก คนสักร้อยก็ยึดได้แล้ว มีคนป้องกันอยู่เพียงเล็กน้อย นั่นหมายความว่าประตูหน้าตำหนักเป็นเป้าหมายที่ง่ายดาย



โกอูน : ทรงไม่อนุญาตให้รัชทายาทมีกำลังทหาร ข้าไม่รู้ว่า ทรงกลัวอะไร
ทัมด๊ก : ข้าไม่ต้องการสู้กับคนเป็นร้อย แล้วทำไมเราไม่ลอบเข้าไปพาตัวรัชทายาทออกมาแบบลับๆ แต่ข้าไม่รู้ว่า รัชทายาททรงมีหน้าตาอย่างไร และรัชทายาท ไม่ทรงรู้ว่าข้าเป็นอย่างไรเช่นกัน ท่านจะไปกับพวกเราไหม
โกอูน มองหน้าทุกคน



ทัมด๊กและชอโร มีความรู้สึก มีบางสิ่งบางอย่างรบกวนจิตใจ นั่นเป็นเพราะ ซูจินี ยืนแอบอยู่ที่เสามุมเหลี่ยมบ้านแอบดูอยู่
โกอูน เดินนำเข้าไปข้างใน ทัมด๊ก ทรงหยุดพระราชดำเนิน และหันพระพักตร์ไปทางด้านซูจินี แต่ทอดพระเนตรไม่เห็นมีสิ่งใด ชอโร ก็พลอยหยุดไปด้วย และหันไปมองเช่นกัน



ที่ตำหนักของ โมยงโบ
จูมูชิ แบ่งพวกนั้นออกเป็น 2 ส่วน หม่อมฉันเอาไปครึ่งหนึ่ง ท่านทั้งสองเอาที่เหลือไป
ทัมด๊ก : มันมากเกินไป
จูมูชิ : พวกนั้นดูกะปลกกะเปลี้ยเหลือเกินพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : งั้นเจ้าก็ทำเถอะ ทรงแยกไปกับชอโรก่อน จูมูชิ บ่น ออกไป แล้วก็ตามทัมด๊กไป
อีกด้านหนึ่งของตำหนัก
จูมูชิ : แล้วที่นี่ล่ะ
ทัมด๊ก : ข้าชอบมัน
จูมูชิ : มันก็ พอ ๆ กับกลุ่มเมื่อสักครู่
แล้วทัมด๊ก และจูมูชิ ชอโรก็ ฆ่าทหารที่เข้ามาบุกรุกตำหนักรัชทายาท ครู่เดียวก็ตายหมด
โกอูน ทั้งประหลาดใจและตกใจในผลงาน



จูมูชิ เปิดประตูเข้าไปข้างใน ทัมด๊ก สั่ง ไปทางประตูนั่น ชอโรพยักหน้า ชอโร และจูมูชิไปอีกด้าน
โกอูนตามเข้ามา
ส่วนฮยอนโก แยกไปทำหน้าที่ล่อหลอก ทหารยาน
ฮยอนโก ยกไม้เท้าขึ้น บอกว่า เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้ มันขึ้นมาแล้ว หันกลับไปเรียกคนของโกอูน ทุกคนมาทางนี้ ลงไปทางโน้น เสนอหน้าออกไป แล้วรีบวิ่งหนีไปทางโน้น
คนของโกอูน : วิ่งหนี
: ท่านไม่ต้องการให้พวกเราสู้หรือ
ฮยอนโกหงุดหงิด : ทำไมเข้าใจยากเช่นนี้นะ ทำไปตามที่ข้าบอกก็แล้วกัน แล้ว ทวนคำสั่ง ลงไปทางโน้น เสนอหน้าออกไป แล้ววิ่งเหมือนหนีนรก ไปทางด้านนั้น วิ่ง...
แล้วก็ชักโมโหที่เห็นทุกคนทำท่าง งง งง : เจ้าพวกนี้นี่ (คงนึกในใจ ว่า พวกเจ้านี่โง่จริงๆ)
(คุณลุงเต่าดำ น่ะเป็นคนปัญญาล้ำลึก แต่ชอบพูดเรื่องง่ายๆ ให้ฟังดูยาก แม้กระทั่งการจะพูด ว่า อีก 3 วันเป็นต้น คุณลุง เป็นพวกไฮเปอร์ไหมนี่)
แต่ทุกคนก็ทำตามคำสั่ง คือวิ่งไปหาทหารฝ่ายตรงข้าม พอทหารฝ่ายตรงข้ามที่จะพังประตูหันมา และวิ่งไล่ คนของโกอูนก็ พากันวิ่งหนี ทหารฝ่ายตรงข้ามก็วิ่งไล่ตาม ( แหม ที่แท้ ก็ เอากลยุทธ์เก่าของทัมด๊กมาใช้ ล่อ ทหารฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้เข้าไปในตำหนัก ก็เท่านั้นเอง)
ทัมด๊ก ถามทหารว่า องค์รัชทายาทอยู่ที่ไหน ทรงได้คำตอบว่าในห้องทรงพระอักษร โกอูน พาทุกคนมาที่หน้าห้องที่ใส่กลอน โกอูนทั้งร้องเรียกทั้งเขย่าประตู ทุบประตู ทัมด๊ก จับตัวโกอูน เบี่ยงให้พ้นประตู ตรัสว่า เรามีเวลาไม่มาก แล้วใช้พระบาท พังโครม จนประตูเปิดออก รัชทายาทเสวยน้ำจัณฑ์ ท่าทางท้อแท้ ตัดพ้อต่อว่าพระบิดา โกอูน ก็อ้อนวอน ว่ามารับรัชทายาท จะอารักขา รัชทายาทด้วยชีวิต
ทัมด๊ก ทรงถามว่า : ท่านเคยบอกว่า ท่านมีพื้นเพเดิมเป็นคนโคคุเรียว โกอูน ตอบว่า ถูกต้อง ทัมด๊ก : ท่านบอกว่าศัตรูคือ โมยงฮวี วันนี้ทรงอยู่ที่นี่หรือไม่
ในที่สุด ทัมด๊ก จูมูชิ และโกอูน ก็พารัชทายาท ออกจากห้องทรงพระอักษรพบกับจูมูชิ และฆ่า คนของ โมใยงฮวี ไปกลุ่มหนึ่ง เป็นเวลาเดียวกับที่กษัตริย์แห่งยาน เปลี่ยนพระทัย ส่งทหารมาช่วยรัชทายาท

คนนำทาง ยาน ที่เป็นผู้พา ชาวโคคุเรียว ไปบ้านโกอูน ครั้งแรก เล่าให้ ฮยอนโก ฟังว่า
กษัตริย์ ทรงมีพระโอรส และพระญาติมากมาย และพวกนั้นก็ต่อสู้กันเองเสมอๆ คงจะไม่สบายพระทัย
ฮยอนโก หาข้อมูล เรื่องอาจารย์ ที่เข้ามาสอนหนังสือที่บ้านโกอูน
ได้ข้อมูลมาว่า อาจารย์สอนหนังสือที่ โกอูน มีนั้นนาง ยังสาวและมาอยู่ที่นี่ ประมาณ 1 ปี สอนพวกเด็ก ๆ นายหญิงของบ้านเสียชีวิตไปนานแล้ว โกอูนจ้างนางเพราะนางมาจากโคคุเรียวเช่นกัน และนางดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดี
โกอูน พาทัมด๊ก และคณะ กลับมาบ้าน และ คนรับใช้ ก็พาบุตรสาว นั่งรถม้ากลับมาเหมือนกัน โกอูน บอกทัมด๊กว่า พวกเขาบอกว่า : อาจารย์ต้องไปเยี่ยมญาติ ทัมด๊ก ทรงถามว่า บ้านญาติของนางอยู่ที่ใด โกอูน ตอบว่า ข้าไม่แน่ใจ นางพาเด็กไป และก็ไปที่นั่นบ่อยๆ แต่ข้าไม่เคยถามนางว่าอยู่ที่ใด นางเป็นแม่เลี้ยงดูลูกคนเดียว ข้าก็เลยช่วยนางด้วยการรับนางไว้ที่นี่ นางเป็นคนที่ท่านรู้จักหรือ
ทัมด๊ก ต้องทวนคำว่า เด็ก
ฮยอนโก ไปที่รถม้า
โกอูน ชวนว่า ตอนนี้เราเข้าไปข้างในกันเถิด ข้าได้เตรียมงานเลี้ยงไว้ ( สมใจ จูมูชิ แลัวซินะ พ่อนกหัวขวาน)
ฮยอนโก แลเห็นลูกธนู ทัมด๊ก ทรงถาม คนที่นำรถม้าพาลูก ๆ ของโกอูนกลับมา ว่า ผู้หญิงคนนั้นแยกจากเจ้า ณ ที่ใด
ฮยอนโก จำได้ ว่า นี่คือ ลูกธนูของซูจินี ก็เกิด อาการเจ็บที่หัวใจอย่างกะทันหัน ทัมด๊ก ทอดพระเนตรเห็น ก็ทรงห่วงใย : ท่านอาจารย์ท่านป่วยหรือ ฮยอนโก ทูลว่า : หัวใจของหม่อมฉัน
ฮยอนโกถูกพาไปนอนที่เตียง จูมูชิ เป็นห่วงว่า ฮยอนโก คงจะหิวจับมือฮยอนโกไว้ : ข้าทำข้าวต้มให้เอาไหม( จูมูชิ น่ารักขึ้นทุกวัน ซึบซับหลายๆ อย่างมาจากทัมด๊กไง เห็นไหม)
โกอูน : เราโชคดีที่ที่กษัตริย์ส่งทหารราชองครักษ์มาช่วยไว้ ขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือของท่าน
ท่านรู้ไหม นานมาแล้ว ราชินีโคคุเรียวทรงถูกจับมาในฐานะเป็นตัวประกันอยู่ที่นี่โดย โมยงฮวา ปู่ของข้าก็อยู่ในกลุ่มตัวประกันด้วย ปู่ของข้าเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์ที่ถูกนำตัวมาในฐานะตัวประกัน
ทัมด๊ก : ใช่ ข้าเคยได้ยิน....ข้ารู้ว่าทายาทโคคุเรียวได้อาศัยอยู่ที่นี่และยังใช้ภาษาและวัฒนธรรมของเราอยู่
โกอูนหยิบม้วนหนังสือวางลงบนโต๊ะ ถามว่าท่านอยากดูสิ่งนี้ไหม ฮยอนโก ลืมตาขึ้นมาพอดี



โกอูน เมื่อตอนที่พระราชินีถูกลักพาตัวและนำมาที่นี่ ทรงมอบสิ่งนี้ให้ไว้กับปู่ของข้าให้เก็บรักษาไว้ เวลานี้ท่านมาที่นี่ตามพระบัญชาของกษัตริย์ โคคุเรียว ข้าอยากขอร้องท่าน ช่วยถวายสิ่งนี้ให้กับกษัตริย์ โคคุเรียวด้วย ... ลาก่อน แล้วโกอูนก็ลุกขึ้นออกไปจากห้อง
ฮยอนโก ผงกตัวเองขึ้นมาและลุกขึ้นยืน ทัมด๊ก ทรงแก้ม้วนนังสือออก มีอักษร ภาษาจีน เพียง 2 ตัว
ซุนกุง คันธนูแห่งสวรรค์ คันธนูแห่งท่านฮวานอุง เปลี่ยนรูปมาจากดาบศักดิ์สิทธิ์ของจูมง
ฮยอนโกมองอย่างสนใจ ทัมด๊ก ทรงถามว่า ท่านหายดีแล้วหรือ ฮยอนโก พยักหน้า พะย่ะค่ะ แล้วทูลว่า
นี่เกี่ยวกับ ซุนกง พะย่ะค่ะ และ นี่เป็นม้วนกระดาษลับพะย่ะค่ะ เรามีส่วนต้นของสิ่งนี้ที่หมู่บ้านโคมิล และนี่เป็นส่วนท้ายพะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่ทราบว่ายังมีส่วนนี้อีก
ทัมด๊ก ทรงทอดพระเนตรตัวอักษร 2 ตัว นี้ ส่วนชอโร ออกมานอกห้อง เดินไปยืนตรงมุมที่ ซูจินี เคยยืนแอบ ชอโร ยืนนิ่งนาน ในมุม และท่าเดียวกับซูจินี



ชอโร นำน้ำจัณฑ์มาถวาย ทัมด๊ก ที่ยังทรงพระอักษรอยู่ที่โต๊ะ แล้วเดินไปเปิดบานประตูออกทั้ง2 บานและก้าวออกมายืนข้างนอกห้อง ทัมด๊ก ทรงเสด็จตามมา ทรงยกน้ำจัณฑ์เสวย แล้วยื่นประทาน ชอโร อีก คราวนี้ ชอโร รับมาดื่ม ทำหน้าตาเหยเก สะอึก กระอักกระไอ ทัมด๊ก ทรงพระสรวลขบขัน ชอโรถวายขวดน้ำจัณฑ์ คืน



ซูจินี แอบมองอยู่ ที่แนวต้นไม้ อมยิ้มน้ำตาคลอ นึกถึงวันเก่าๆ ที่เคยแบ่งปันเหล้า ดื่มขวด เดียวกันกับทัมด๊ก ทัมด๊ก ยังเคยโอบไหล่เธอ และเธอ เคยซบพระอังสาของทัมด๊กอย่างเป็นสุข แม้ว่าในวันนั้นจะเป็นความสุขปนเศร้าก็ตามที แล้วก็ตัดใจ ผละจากตรงนั้นไป



ที่หมู่บ้านโคมิล
ฮยอนโก คลี่หนังสือที่ได้มาจากโกอูน ศิษย์โคมิลอีกคนตักน้ำมาจากแอ่งหิน ค่อยๆเทน้ำราดบนหนังสือ ฮยอนโกยกหนังสือกลิ้งไปกลิ้งมาให้น้ำซึมจนทั่วแผ่นหนังสือ แล้วยกไฟส่อง ไม่นานก็ ปรากฎตัวอักษรขึ้นมาเต็มหน้าในที่สุด ฮยอนโก นำไปถวายให้ ทัมด๊ก ทรงถามว่าข้อความเป็นอย่างไร ทำไมพวกท่านดูเคร่งเครียด
ผู้อาวุโสโคมิล : ฝ่าบาทพวกเรามาเพื่ออ้อนวอนต่อพระองค์ ถึงแม้ตัวอักษรโบราณเหล่านี้จะหาค่ามิได้ แต่พวกหม่อมฉันขอร้องให้พระองค์ เผาหนังสือนี้ทิ้งพระเจ้าค่ะ



ทัมด๊กทรงหันไปทางฮยอนโก : ท่านไม่ต้องการให้ข้ารู้ว่า มันหมายถึงอะไรหรือ
ฮยอนโก : มันเป็นคำอธิบายถึงการใช้คันธนูแห่งสวรรค์ ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะแต่กษัตริย์จูชินเท่านั้นมันจะให้
อำนาจที่จะฆ่าหรือรักษาชีวิตพระเจ้าบนสวรรค์ ขึ้นอยู่กับความตั้งพระทัย
ทัมด๊ก ตรัสว่า ข้าเคยใช้มันมาแล้วครั้งหนึ่ง ทรงนึกถึงวันยิงธนูวิเศษเพื่อช่วยชอโร
ฮยอนโก : ประเด็นอยู่ที่ข้อความต่อมา คันธนูแห่งสวรรค์มีอำนาจในการทำลายล้างสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์
ทัมด๊ก : เช่นนั้นถ้าจะพูดใหม่ก็คือ สิ่งเดียวที่จะทำลายสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ก็คือคันธนูแห่งสวรรค์หรือ
โดยอย่างไรล่ะ ยิงธนูใส่ของพวกนั้น
ฮยอนโก : มันง่าย พะย่ะค่ะ ถ้าทรง ถ้าทรงทำลายคันธนู ทุกอย่างก็จะถูกทำลายไปด้วยพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ทรงเปิดหีบอีกหีบ ข้างในคือด้ามพระแสงดาบของกษัตริย์จูมง ทรงหยิบมาตีเบาๆ ที่ฝ่าพระหัตถ์อีกข้างเล่น ๆ ตรัสว่า มันดูเหมือนจะทำลายไม่ได้ง่ายๆทรงนึกถึงวันที่ โซคีฮา ใช้ดาบนี้แทงพระหทัยของพระองค์ในการทดสอบดาบคาอูริ ที่ท้องพระโรง เกิดแสงสว่างจนดาบละลายเหลือแต่ด้ามนี้หล่นลงพื้น
ผู้อาวุโสโคมิล : ถ้ามันถูกทำลายเช่นนั้น กษัตริย์จูชินก็ต้องตายไปด้วย กราบทูลย้ำอีกว่า สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้พิทักษ์และกษัตริย์จูชิน จะต้องตายหมดพะย่ะค่ะ
ฮยอนโก : เพราะเหตุนี้มันถึงได้ซ่อนอยู่ในพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ จูมง มีแต่หัวใจของกษัตริย์จูชินเท่านั้นที่จะเปิดเผยได้ (ดาบแทงที่หัวใจของกษัตริย์จูชิน)
ผู้อาวุโสโคมิล : ความลับนี้ไม่สามารถเปิดเผยต่อโลก โปรดทรงอนุญาตให้พวกเราทำลายมันด้วยพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก ทรงแย้มพระโอษฐ์ : มันไม่ประหลาดหรือ ทำไมสวรรค์ส่งอำนาจมา แล้วทำไมท่านฮวานอุง ต้องซ่อนไว้ แล้วทำไมท่านถึงได้ทิ้งสิ่งนี้ไว้ ทรงยกด้ามพระแสงดาบขึ้นมาทอดพระเนตร แล้วทรงหันไปทาง ฮยอนโก : ท่านไม่เห็นด้วยหรือ ฮยอนโก เงียบไม่ทูลความใดๆ
ทัมด๊ก : หรือมีแต่ข้าคนเดียว
ทรงโยนด้ามดาบเล่นเบาๆและหล่นลงพื้น สองผู้เฒ่าโคมิล ตกอกตกใจ เสียยิ่งนัก
ฮยอนโก : อย่าทรงทำเช่นนั้น ทัมด๊ก ก้มพระองค์ เก็บด้ามพระแสงดาบขึ้นมา
ขุนพลโก เข้ามา : ฝ่าบาท ชายแดนทางใต้ส่งสารมา แพคเจเข้าโจมตี พวกนั้นมุ่งหน้ามาทางป้อมซูกุ๊ก พะย่ะค่ะ ทัมด๊ก ทรงหันมา ฮยอนโก และผุ้อาวุโส ออกไปอีกด้าน



ทัมด๊กเสด็จไปที่ห้องทำงาน
ฮยอนโก กราบทูลว่า : หมู่บ้านโคมิลได้ส่งรายงานมาถวายพะย่ะค่ะ นำทัมด๊กเสด็จไปที่แผนที่ ทูลว่า นี่คือป้อมซูกุ๊ก เราคิดว่าพวกนั้นจะไปป้อมควานมี แต่เราคิดผิด
ทัมด๊ก : พวกนั้นคงจะรู้ว่าขุนพลคากิน เป็นผู้บัญชาการป้อม ควานมี พวกนั้นคงไม่มีโอกาสไปถึง
ขุนพลโก : ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว หม่อมฉันเตรียมม้าสำหรับเดินทางได้เร็วที่สุดพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : ท่านอาจารย์ แม่ทัพจินมู ยังเป็นหัวหน้ากองทหารแพคเจหรือ
ฮยอนโก : กษัตริย์ อาชิน เป็นหัวหน้ากองทหารม้า 5 พันนาย
ทัมด๊ก : กองทหารม้า ?
ฮยอนโก : เป้าหมายของพระองค์ คงจะถึงที่นั้นอย่างรวดเร็วพระเจ้าค่ะ
ทัมด๊ก ไปบอกป้อมซูกุ๊ก ให้ต้านทานการโจมตีไว้ บอกพวกเขาว่าข้าจะไปด้วยตัวเอง
ขุนพลโก กราบทูลว่า
ป้อมปราการ ซูกุ๊ก ล้อมรอบไปด้วย ภูเขา ทางด้านตะวันออก ตะวันตก และที่ราบทางใต้ มีแม่น้ำไหลผ่านอยู่ด้านหน้า ของป้อม เป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่กว้างใหญ่ และการต้านทานก็ค่อนข้างอ่อนแอ หม่อมฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะรอดจากการโจมตีจนกว่าเราจะไปถึงได้หรือไม่
ทัมด๊ก เสด็จออกมาลานข้างนอก มีขุนพลโก และชอโร
ทัมด๊ก : พวกเราจะขี่ม้าไปโดยไม่ต้องหยุดพัก
จูมูชิ : ฝ่าบาท เราต้องสวมเสื้อเกราะนั่นหรือพะย่ะค่ะ มันไม่ค่อยเหมาะกับหม่อมฉัน ยกมือขึ้นทำท่าทาง
ทัมด๊ก จับแขนจูมูชิ แบบกันให้ออกไปห่างๆ หน่อย เกะกะทางของพระองค์ : บาซอนทำเป็นพิเศษให้เจ้า
จูมูชิ : หม่อมฉันควรจะขอยกเลิกตำแหน่งแม่ทัพ ( เพราะไม่อยากสวมเสื้อเกราะเนี่ยนะจูมูชิ เอ๊ย)
ทัมด๊ก :จะมีคนช่วยใส่ให้เจ้า จูมูชิ ทำท่า งง งง ทัมด๊ก เสด็จ จากไป และตรัสว่า : เจ้าไม่รู้วิธีใส่เสื้อเกราะ ไปถามนางดู จูมูชิ วิ่งออกไป ด้านหนึ่ง แล้วนึกได้ว่าผิดทาง วิ่งกลับมาอีกด้าน ทัมด๊ก ทรงพระสรวล : ทำไมเราต้องผลักดันเขาด้วย
ขุนพลโก ทูลว่า : ทำไมฝ่าบาทไม่ทรงมีพระบัญชา ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟัง ก็โบยสัก 10 ที หรืออะไรทำนองนั้นล่ะพะย่ะค่ะ ทัมด๊ก ทรงพระสรวล ชอบพระทัยในข้อเสนอนี้ ชอโร ที่ยืนใกล้ๆ ขุนพลโก ยืนยิ้ม ( พ่อรูปหล่อผมยาว เฮ้อ)
จูมูชิ ใส่เสื้อเกราะพิเศษที่บาซอนตั้งใจทำให้ โดยมี ดัลบี เป็นคนสวมใส่ให้ และได้กอดดัลบี บาซอน พลอยมีความสุขไปด้วย

ในประวัติศาสตร์ กษัตริย์ DAMDEOK โปรดให้ประชาชนเรียกพระองค์ว่า YEONGNAK ( และที่โคคุเรียวก็เหมือนที่เมืองจีน เช่น เรียกกษัตริย์ อ้ายซินเจียหลอ หรือ หงลี่ ที่มีฉายาว่าเฉินหลง และใช้คำแทน ปี ต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างการครองราชย์ว่า เฉินหลง ปี ที่ 5 เฉินหลงปีที่ 10 แบบเดียวกัน)

ปีที่ 3 ยองนัก การโจมตีของแพคเจต่อป้อมควานมี แพคเจถอยเมื่อกองกำลังสู้กลับ กษัตริย์อาชินแห่งแพคเจ ยังคงประกาศสงครามต่อไป แต่ละครั้งฝ่าบาททรงนำกองทัพและต่อสู้กับพวกนั้นจนได้ชัยชนะ
ปีที่ 4 ยองนัก แพคเจ โจมตีป้อมซูกุ๊ก ฝ่าบาททรงได้รับชัยชนะด้วยทหาร 5 พันนาย
ปีที่ 5 ยองนัก ชัยชนะครั้งสำคัญต่อแพคเจ ฝ่าบาททรงนำทหาร 7 พันนาย ต่อสู้กับแพคเจ 3 หมื่นนาย และจับทหารแพคเจ 7 พันนาย เป็นเชลย
อาลักษณ์เดินถือสารมาที่กระโจม
ฮยอนโก กราบทูลว่า ว ฝ่าบาทนี่เป็นเวลาที่ทรงรอคอย รายงานกล่าวว่า
กษัตริย์อาชินพยายามระดมทหาร และเสบียงก็กำลังน้อยลงมาก
มีรายงานจากชิลลา ว่า คนที่ไม่อยากเป็นทหารได้หนีทัพจากกองทัพของแพคเจ และรวมเข้ากับชิลลา ชิลลานั้นขอให้เราให้ความช่วยเหลือกับผู้อพยพ แพคเจ
ป้อมปราการควานมีทุกอย่างพร้อมแล้ว เรือรบ 30 ลำสร้างเสร็จแล้ว และกองทัพเรือได้รับการฝึกฝนอย่างสมบูรณ์
ที่คอรัลพวกเผ่าต่างๆกำลังวุ่นวายทะเลาะกันเอง เกี่ยวกับที่ตั้งของถนนเส้นทางการค้า
ที่ชิลลา พวกนั้นเคลื่อนกำลังไปยังคายา พวกนั้นพยายามป้องกันไม่ให้คาายาส่งกำลังเสริมเข้าไปในแพคเจ
ทัมด๊ก ทรงหันมาแย้มพระโอษฐ์ (ทรงมีพระมัสสุ -หนวด ด้วย -หล่อ-หน้าเข้ม มาดเข้ม ) เราจะจัดการกับแพคเจ
ทุกคนดีใจผุดลุกขึ้นยืน ฮีกแกหัวเราะลั่น
ทัมด๊ก : กองกำลังแรกจะมุ่งหน้าไปยัง อาริซู เราจะตั้งค่ายเพื่อเรียกความสนใจ ใช้ไม้ชี้ลงไปในแผนที่ (ที่พัฒนารูปแบบโต๊ะประชุมอัศวินอีกแล้ว) กองทหารเรือของเราจะออกจากป้อมควานมีและขึ้นฝั่งที่ แฮอัน
กองกำลังที่ 3 จะประกอบด้วยทหารม้าเหล็ก และจะขี่ม้าอย่างไม่หยุดพักไปยังปราสาทฮัน กองกำลังที่ 2 จะมุ่งตรงไปยังปราสาทฮัน ป้อมปราการต่างๆ ในระหว่างเส้นทางจะผ่านตลอดหลังจากเราได้ปักธง โคคุเรียว ลงแล้ว ด้วยกองกำลังที่รออยู่ ที่ อาริซู เราจะโจมตีปราสาทฮัน จากทุกทิศ

ในปีที่ 6 ยองนัก แห่งรัชสมัยของพระองค์ ในที่สุดสงครามกับแพคเจ ก็เกิดขึ้น ขวัญกำลังใจของกองทัพของฝ่าบาทได้ล่วงรู้ถึงสวรรค์ ทรงเตรียมการเพื่อสงครามนี้มา 4 ปี ตามที่ทรงต้องการ อำนาจของแพคเจได้อ่อนแอลง
กษัตริย์อาชิน ที่มีการเร่งการเกณฑ์ทหารได้ถูกต่อต้านโดยประชาชนที่โกรธแค้นกับสงครามที่ไม่สิ้นสุด ก่อนที่ฤดูกาลจะจบสิ้น ฝ่าบาท ทรงเอาชนะปราสาทฮันได้ วันหนึ่งการการล่มสลายของปราสาทฮัน กษัตริย์อาชินได้เสด็จมาพบฝ่าบาท โดยปราศจากม้าหรือเสลี่ยงคานหาม



กษัตริย์ อาชินและผู้ติดตามมาเข้าเฝ้าทัมด๊ก ในชุดสีขาว
ขุนพลโก :ถ้าทรงมาเพื่อขอร้องชีวิต ควรที่จะทรงคุกเข่าลง
อาชิน : ก่อนที่ข้าจะก้มหัวให้ กษัตริย์ผู้พ่ายแพ้ มาเพื่อขอร้องต่อกษัตริย์ผู้ชนะ
ทัมด๊ก : ข้ากำลังฟังอยู่
อาชิน : บรรดาพันธมิตรของแพคเจ ก็คือ คายาใต้ และแพคเจตะวันตก จะข้ามทะเลมา ถ้าหากทรงต้องการทั้งหมดนั่น ทรงต้องฆ่าและต่อสู้ไปอีก 1 ปี
ฮีกแก : เรื่องเหลวไหลอะไรกัน แพคเจต่างหากที่เริ่มต้นก่อสงครามก่อนเสมอมา และทุกครั้งทรงวิ่งหนี เราช่วยพวกท่านไว้
อาชิน : เราได้ยินมาว่า กษัตริย์แห่งโคคุเรียวไม่สนใจดินแดน แต่เป็น พี่น้อง ทรงโปรดอนุญาตให้เรายังคงชนชาติแพคเจไว้ และป้องกันมิให้มีการนองเลือดของคนบริสุทธิ์
ฮีกแก : อะไรนะ เลือดของคนบริสุทธิ์
ทัมด๊ก : ทรงต้องการรักษาชาติไว้ หรือทรงต้องการรักษาชีวิตกันแน่



อาชิน ทรุดองค์ลงคุกพระชานุ : ข้าอาชินแห่งแพเจขอคุกเข่าต่อกษัตริย์โคคุเรียว ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ว่า ข้าจะขอรับใช้และจงรักภักดีต่อพระองค์ รับแพคเจในฐานะเมืองน้องของโคคุเรียว และรับหม่อมฉันไว้ในฐานะทาสด้วยพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : ให้ชีวิตของพระองค์มา แล้วข้าจะรักษาแพคเจและแต่งตั้งกษัตริย์
ทั้งขุนพลโก และฮีกแกแปลกใจหันมามอง ทัมด๊ก อาชิน เงยพระพักตร์แบบคาดไม่ถึง แต่ก็ใจเด็ด ทูลว่า :
หม่อมฉันจะตอบแทนพระองค์ในชาติหน้า เบือนพระพักตร์มาที่ขุนพลโก จะทรงให้หม่อมฉันขอยืมดาบได้หรือไม่
ทัมด๊ก พยักพระพักตร์ จูมูชิหยิบดาบสั้นจากอกเสื้อ ส่งให้ขุนพลโก เอาดาบยื่นไปที่ อาชิน ผู้ติดตามของอาชินพากันร้องไห้ อาชิน ทรงชักดาบออกจากฝัก เหลียวไปสั่งผู้ติดตาม ว่า กษัตริย์จะทรงรักษาสัญญา เชื่อพระองค์ และดำเนินการต่อไป แล้วทรงค่อยๆยกดาบขึ้นจะเชือดพระศอ ทรงด๊ก ทรงใช้พระแสงดาบปัดดาบสั้นหล่นลงพื้น ตรัสว่า : แพคเจสอนในสิ่งเดียวกันหรือไม่ โคคุเรียวและแพคเจ เป็นชนชาติพี่น้องกันตั้งแต่สมัยกษัตริย์จูมง พวกเราทั้งหมดเป็นพลเมืองของจูชิน และยื่นพระหัตถ์มาให้อาชินจับขยับพระองค์ขึ้น
ฮีกแก : ฝ่าบาททรงเชื่อเขาได้อย่างไร นาทีที่เราหันหลังกลับ เขาก็จะรวบรวมทหารอีก เขาจะรวบรวมกำลังทหาร จนกว่าจะพอที่จะโจมตีเรา
ทัมด๊ก : ดูแลแพคเจให้ดี แล้วทรงหันไปทางบรรดาแม่ทัพของโคคุเรียว ตรัสว่า เตรียมกองทัพ เราจะกลับปราสาทโกกแน บรรดา แม่ทัพ รับพระบัญชา พะย่ะค่ะ
ฮีกแก : ฝ่าบาท
ฮยอนโก : ทรงอนุญาตให้พวกเขายังคงเป็นแพคเจต่อไปหรือพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : นั่นคือแผนของข้า
ฮยอนโก : พวกนั้นจะแทงเราข้างหลังนะพะย่ะค่ะ บางที... ฝ่าบาทจะทรงเสียพระทัย
ทัมด๊ก : ข้าพร้อมจะเสียใจ
ฮยอนโก : แล้วจะทรงทำทำไม
ทัมด๊ก : เพราะว่าข้าได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ากำลังต่อสู้กับสวรรค์
ฮยอนโก : ต่อสู้กับสวรรค์
ทัมด๊ก : การเป็นกษัตริย์จูชิน สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง สี่ ท่านรู้ไหมว่า ข้าเกลียดมันแค่ไหน
ฮยอนโก : อะไรพะย่ะค่ะ
ทัมด๊ก : ท่านรู้ไหมว่า ข้าสูญเสียมากแค่ไหน เพราะมัน เสด็จแม่ของข้า เสด็จพ่อของข้า ประชาชนของข้า
ฮยอนโก : ฝ่าบาท



ทัมด๊ก : ข้าต้องการก่อตั้งชนชาติจูชิน โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากสวรรค์
ฮยอนโก ค้านว่า: มนุษย์จะก่อตั้งชนชาติจูชินโดยไม่มีความช่วยเหลือจากสวรรค์ได้อย่างไร มันจะทำได้อย่างไร
ทัมด๊ก : อย่างนั้นหรือ ประชาชน อ้อนวอน ขอร้อง และร้องไห้ ขอความช่วยเหลือ นั่นคือสิ่งที่สวรรค์ต้องการหรือ
ฮยอนโก หมดปัญญาจะทูลตอบตามเคย (ทั้งที่ ฮยอนโก เฉลียวฉลาด รอบรู้ และทันคน ที่สุดในบรรดาตัวละคร ยกเว้น พระเอก ทัมด๊ก และผู้ร้าย แทจังโร ) ทำท่าจะตอบ แต่หาคำมาทูลตอบไม่ได้
ทัมด๊ก ทรงจับขวดน้ำหอม ทรงรำพึงว่า เจ้าไปอยู่ที่ใด และกำลังทำอะไรอยู่



ที่วัด อาบูลันซา
โซคีฮาส่งคนตามหา ซูจินี แต่ไม่มีใครหาพบ : เราหาคนชื่อซูจินีไม่พบ ปราสาทโกกแนก็ตามหานางเช่นกัน แต่ก็ยังหานางไม่พบ
โซคีฮา : มันมีทางเป็นไปได้นางอาจ จะเป็นฟินิกซ์ดำ เป็นเหตุให้นางต้องจากไปหรือนางอาจจะเปลี่ยนชื่อ นางเก่งทางยิงธนู ไปหาผู้หญิงในวัยเดียวกันและเก่งทางยิงธนู ตามนางไปจนสุดขอบฟ้า นางเป็นน้องสาวของข้า
ทหารฮวานเซิน : ขอรับนายหญิง

จูมูชิ แต่งงานกับ ดัลบี และกำลังตั้งท้อง จะคลอดในเดือนหน้า และเป็นลูก แฝด ท้องใหญ่มากจริงๆ
ฮยอนยอง สงสัยและถามมันดักว่า : ที่ข้าได้ยินว่าเผ่าของเจ้าไม่ยอมรับดินแดนที่ฝ่าบาททรงมอบให้ นั่นเคยเป็นเป้าหมายของพวกเจ้า นี่เกิดอะไรขึ้น
มันดักตอบว่า พวกเราตัดสินใจกันว่า พวกเราต้องการถนนทุกเส้นในโลกนี้
บาซอนสงสัย : เจ้าจะเป็นเจ้าของถนนได้อย่างไรจะไปเขียนชื่อไว้บนถนนเช่นนั้นหรือ
มันดักตอบว่า พวกเรากำลังจัดตั้งกลุ่มการค้าขายขึ้น จนถึงสุดขอบโลก เราจะขนส่ง ซื้อและขาย สินค้าทั่วทุกมุมโลก
(โอ้โฮ เหลือเชื่อ ชนเผ่าเร่ร่อน ทหารรับจ้าง พื้นเพจากพวกชาวป่าพื้นเมืองด้วยซ้ำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลแบบนี้ คงซึมซับมาจาก ทัมด๊ก มั้ง.. มันดัก และซีอู พัฒนาขึ้นตามกาลเวลาจริงๆ)
ฮยอนยอง เอ่ยถามบาซอน ว่านี่ซูจินี จากไป กี่ปีแล้ว 8 หรือ 9 ปี ที่ซูจินี ของเราจากไป
บาซอน ทุบ แขน ฮยอนยองโดยแรงจนเซ : นางไม่ได้จากไปอย่างถาวร นางอาจจะอยู่อย่างดี ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตอนนี้...อาจแต่งงานมีลูกไปแล้ว
ทั้งหมด นั่งคุยกันไป มอง จูมูชิ กับ ดัลบี ที่ กำลังใส่เสื้อเกราะอย่างยากลำบากให้จูมูชิ ใส่ไปสอนไป ว่า ถ้าฝ่าบาท ทรงมีรับสั่งให้ไป ท่านก็ต้องไป ทรงมีรับสั่งให้หยุด ก็ต้องหยุด อย่าไปทำอะไรตามใจตัวเอง ข้าควรจะไปด้วย ฝ่าบาททรงประทับที่นี่นานแค่ไหน ทรงกลับมายังไม่นานเลย ทรงอยู่แต่ในสนามรบ ข้ากังวลว่าพระพลานามัยจะเป็นอย่างไร ทรงมีใครดูแลพระองค์บ้างไหม
จูมูชิ ได้แต่ จะพูด แต่ ไม่ทันจบประโยค เพราะดัลบี ไม่สนใจฟัง กล่าวร่ายยาวไปเรื่อยๆ
ข้าไปทำเช่นนั้นเมื่อไร.....อย่าพูดเช่นนั้น.....ภรรยาของข้า...เมียของข้า....ผลที่สุดทำท่าจะจุ๊บแก้มดัลบี โอพระเจ้า พอดีมีเสียงนกร้อง ดัลบีตกใจสลัดจูมูชิ ที่กอดตนเองอยู่ :นั่นคงจะมีข่าวอีกแล้ว
จูมูชิ : เจ้านกบ้า
ดัลบีหน้าคะมำ จูมูชิ คว้าไว้ บ่นว่า ระวังหน่อย ระวัง จุ๊บเสียทีหนึ่ง



ทัมด๊ก ต้องเตรียม สงครามอีก
คราวนี้เพราะพวกยาน พวกยานกำลังมุ่งหน้า มาชายแดนของโคคุเรียว ด้วยทหาร 3 หมื่นคน ทั้งที่ ยานได้สูญเสียกษัตริย์ และ ทหาร ถึง 4 แสนคน ในการทำสงครามกับ มูกุย เมื่อปีที่แล้ว
ฮยอนโก : หม่อมฉันสงสัยว่า อะไรทำให้พวกนั้นข้ามพรมแดนเข้ามา
องครักษ์ ทูลว่า : ฝ่าบาทคนจากชิลลาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ ชิลลายังได้ขอความช่วยเหลือจากโคคุเรียว เพราะมีการบุกรุกเข้าไปที่ ชิลลา จากป้อม นัมโก ถึงปราสาทชิลลา

ยอนโฮแก อยู่ที่หน้าแผนที่ถามถึงสถานการณ์ของแพคเจตอนนี้
ขุนนางสาวกฮวาเซิน : กษัตริย์อาชิน ไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยง่ายๆ ทรงไม่ยอมเคลื่อนทัพตามความต้องการของเรา
ยอนโฮแก : เช่นนั้น ข้าจะหาเหตุ ที่ทำให้พระองค์เคลื่อนทัพ ในคายามีกองทหารเว่ยสักเท่าใด
ขุนนาง : เว่ยยังคงส่งทหารไปคายา
ยอนโฮแก : ส่งทหารไปโจมตี ชิลลาต่อไป เพื่อให้ชิลลาขอความช่วยเหลือไปที่โคคุเรียว มันจำเป็นที่เราต้องแบ่งทหารโคคุเรียวออกไป
ทั้งหมดเกิดจาก ฮวาเซิน ที่มี ยอนโฮแก เป็นแม่ทัพ และกองทหารเว่ย ยอนโฮแก กำลังหาทาง ให้กษัตริย์อาชิน เคลื่อนกองทัพ ยอนโฮแก นั่งคิดว่า กษัตริย์แห่งโคคุเรียว จะทำอย่างไร จะช่วยชิลลา หรือมาเอาป้อม ในยาน คืน ไม่ว่าเลือกอย่างใด ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แพคเจ จะรอคอยเจ้าอยู่ทางใต้ เคลื่อนไหว สิ..

ทัมด๊ก ทรงไตร่ตรอง
ดัลโก กราบทูลว่า : ฝ่าบาท พวกนั้นโจมตีป้อมชิน พระเจ้าค่ะ
ทัมด๊กตัดสินพระทัย : ท่านแม่ทัพ ข้าจะให้กำลังพลกับท่าน ห้าหมื่นนาย
ฮีกแก ตกใจ ถามคนอื่นๆ ว่า ข้าหรือ ห้าหมื่นนาย ทรงให้ทหารกับหม่อมฉัน ห้าหมื่นนายหรือพะย่ะค่ะ ทัมด๊ก : ห้าหมื่นนายรวมทั้งทหารม้า พาพวกนั้นไปขับไล่ศัตรู ออกไปให้สุดแดน คายา บดขยี้ศัตรูให้จมดิน (นอกจากมาดเข้มแล้ว เริ่ม ห้าว เหี้ยม อีกต่างหาก)
ฮีกแก ได้สมอารมณ์หมายคราวนี้แหละ : นั่นเป็นสิ่งที่หม่อมฉันต้องการทำพะย่ะค่ะแพคเจจะไม่สามารถทำอะไรได้โดยไม่คาดคิด
ทัมด๊ก มีรับสั่งให้ดัลโก ไปตาม 2 แม่ทัพ ท่านเสือขาวคงอยู่ที่บ้าน ท่านมังกรน้ำเงินคงจะอยู่ในป่า

ยอนโฮแก ก็ได้รับรายงานว่า กษัตริย์โคคุเรียว ทรงนำทัพเล็ก 7 พันนาย มุ่งหน้ามาทางนี้
ยอนโฮแก สั่งเคลื่อนทัพ กลุ่มแรกจะมีราว 2 หมื่น ทุก ๆ 10 วัน อีก 2 หมื่นคน เข้าไปร่วมด้วยหากพวกนั้นมาถึง อาบูลันซา
โซคีฮา สั่งแทจังโรว่า เราต้องวางกับดัก สำหรับกษัตริย์แห่งโคคุเรียว เราต้องวางกับดัก เป็นท่านดีที่สุด มีคนพูดกันว่าสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ อีก สองอย่างเก็บไว้ที่หมู่บ้านโคมิล ท่านไปเอามาให้ข้าได้ไหม ข้าได้ยินมาว่าท่านสะกดคนจำนวนหนึ่งในหมู่บ้านโคมิล ท่านควบคุมเขาได้
: ไปเอาสัญลักษณ์ เสือขาวและเต่าดำกลับมา ข้าจะคืนดินแดนแห่งเผ่าเสือ ที่ท่านต้องการนักหนาให้
แทจังโร ยิ้ม หัวเราะ ถูกใจ สมใจ เป็นอย่างยิ่ง



ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในโคคุเรียว
โกอูน เดินทางเพื่อไปเข้าเฝ้า กษัตริย์แห่งโคคุเรียว ระหว่างทาง ได้ พบซูจินี และ เด็กน้อย เปิดร้านขายอาหารเล็ก ๆ ที่หมู่บ้าน
ซูจินี ถามโกอูนว่า : อะไรทำให้ท่านมาถึงที่นี่ ที่นี่เป็นดินแดนโคคุเรียว แม่ทัพใหญ่แห่งยาน ไม่ควรมาเดินตามลำพังที่นี่
โกอูน : ข้ามาเพื่อส่งสาสน์ให้กษัตริย์
ซูจินี : ฝ่าบาทเสด็จมาที่นี่พร้อมกับกองกำลังที่ป้อม ฮยอนโดหรือ
โกอูน : ข้าไม่รู้รายละเอียด แต่โปรดเชื่อข้าว่าฝ่าบาททรงเรียกข้าเข้าเฝ้าในฐานะเพื่อนร่วมชาติ
ซูจินี : เด็ก ๆ สบายดีหรือ โปรดให้อภัยข้าด้วยที่จากมาโดยไม่ได้ร่ำลา



ที่ป้อมฮยอนโด
โกอูน กราบทูล กษัตริย์โคคุเรียวว่า: ตอนนี้มีคนๆหนึ่งควบคุมกำลังทหารของยาน รัชทายาทที่ทรงเคยช่วยเหลือ เมื่อคราวก่อนได้ขึ้นครองราชย์ แต่ทรงถูกวางยาพิษสิ้นพระชนม์ เมื่อ 2 ปีก่อน กษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งของพวกนั้น พวกนั้นอยู่เบื้องหลังอำนาจของ บู ควี และพวกนั้น เป็นคนส่งทหารยานกองแรกเข้าโจมตีในสงครามครั้งนี้
ขุนพลโก : ข้าได้ยินมาว่า ผู้บัญชาการบูควี แต่เดิมเป็นคนโคคุเรียว
โกอูน : ท่านหมายถึง คีโมอิน หรือ เขาเป็นคนที่ทำให้กองทัพบูควี กลายเป็นกองทัพที่น่าเกรงขามในหนึ่งปี หม่อมฉันไม่รู้ว่าเขามาจากโคคุเรียว แต่ได้ยินว่าวิธีการฝึกซ้อมของเขาคล้ายคลึงกับโคคุเรียว พะย่ะค่ะ
นโยบายของเขาคือการโจมตีป้อมชินด้วย ทหารยาน สามหมื่นคนรับคำสั่งเขาพะย่ะค่ะ
ฝ่าบาททหารของยานกำลังถูกใช้ให้เป็นเหยื่อ เราได้รับคำสั่งให้ถอยไป มาโบล เมื่อทรงบุกไปที่ป้อม ชิน
ฮยอนโก : ท่านพูดว่า มาโบลหรือ และได้รับคำยืนยันว่าใช่
ฮยอนโก : ฝ่าบาท อาบูลันซา อยู่ที่ มาโบล อาบูลันซา เป็น กองบัญชาการใหญ่ของฮวาเซิน และ
กองบัญชาการของพวกนี้ตั้งอยู่เหนือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ พะย่ะค่ะ



จูมูชิ ทักทายว่า ไม่ได้พบกันนานแล้ว
โกอูน ท่านทั้งสองชื่อเสียงโด่งดัง ท่านแม่ทัพน้ำเงินและขาวแห่งโคคุเรียว ข้ารูสึกประหลาดใจเมื่อได้ยินและพบว่า พระองค์ คือกษัตริย์แห่งโคคุเรียว
จูมุชิ หันไปทางชอโร : เขาบอกว่า เราชื่อเสียงโด่งดัง ท่านได้ยินไหม แล้วเอามือตบพุงชอโร ที่ยืนเฉย
โกอูน บอกว่า : ระหว่างทางข้าได้พบอาจารย์ ที่เคยสอนบุตรสาวของข้า เวลามันผ่านไปกี่ปีแล้วนี่ อาจารย์ที่พวกท่านตามหา เราไม่ได้ข่าวคราวของนางเลย แต่ระหว่างเดินทางมาที่นี่ข้าได้พบนางโดยบังเอิญ
เป็นเวลาที่ ทัมด๊ก ทรงเปิดประตู ออกมาพอดี
และพากัน ขี่ม้าไปยังที่ ที่ โกอูน กราบทูล และนำทาง แต่เมื่อไปถึง ก็พบว่า ซูจินี เพิ่ง จากไปไม่นานนัก ชอโร กราบทูลว่าดูเหมือนนางยังไปไม่นาน ถ้าเรารีบตามไปอาจจะพบนาง ทัมด๊กทรงหันพระองค์กลับทันที
ทัมด๊ก ทรงม้า ไปพระองค์เดียว ตามริมฝั่งน้ำ จนเจอท่าน้ำแห่งหนึ่ง มีเกวียน หนึ่งเล่ม จอดอยู่ ผู้หญิงผมยาวกำลังง่วนอยู่กับล้อเกวียน ทัมด๊ก ทรงลงจากหลังม้า เสด็จพระราชดำเนินเข้าไปหา ทอดพระเนตรเห็นเด็กชาย กำลังขว้างก้อนหินเล่นลงในแม่น้ำ เด็กน้อยหันมามองแล้วเอามือจิ้มอกตัวเอง ผู้หญิงผมยาว ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วหันมา มองผู้มาเยือน เป็น ซูจินี ยืนน้ำตาคลอ ในขณะที่ ทัมด๊ก เสด็จ เข้ามาใกล้ อย่างช้า ๆ

Copyright @ Amornbyj & SUE

Suzini is Stung by a Bee

Dear Thailand Family,

Here is another translation I repost in KOB,it is by wonderful sister Suehan in BYJ's Quilt. I happen to read this inSoompi when sister Marikoo posted it.


Kwon Ohkyeong/Dainggamjjikyi posted this on the Talk Box of BYJ's official home.
BYJ promotes TWSSG in Tokyo
[Yonhap News]6/4/08 17:17

BYJ, star in Asian region, had a media conference in Tokyo, Japan on 4, and sets out to promote the 'TWSSG', which is on air with popularity in Public NHK station.

At the media conference on that day, being held NHK Broadcasting Center in Shibuya, over 300 domestic and foreign reporters gather in, making actual realization of his status as Asian star. BYJ, expressing thanks to news gathering crew who filled up the conference venue, and pledged that "I think that I have to show appearance of working harder all the time."

In the conference, actors Moon Sori and E Ji ah, who appeared in the TWSSG with him, and Kim Jonghak PD were with him and answered to questions from news gathering crew.


Following is essential points of question and answer at the media conference.



--Which part of the TWSSG do you want people to pay attention to.


▲BYJ = I think that the TWSSG is a drama with true heartedness, containing truth of people and love those people exchange. My thought is that if my character might have been an open person who is able to free and horizontal exchange of opinions to be able to be friends with anyone despite having a power, and an appearance of a leader whom we really need in this period of time this time.



--We understand that Ms Moon Sori appeared in Korean TV drama for the first time now.


▲Moon Sori=The filming had big moving feeling as if I climb up the top of a big mountain. As I finished it, I got confidence to challenge any dramas. I feel that it was the filming that will remain in my memory for my life.



--For Miss E Ji Ah, the TWSSG is debut work, and how was it.


▲E Ji Ah=Because I got to act for the first time, all things were very unfamiliar and difficult. I think I was able to work on it because seniors, director and staff helped me. Although you told a lot that I am always stately without trembling, I am really shaky a lot in fact. I am also trembling now. I thank you for thinking of me that way.



--The filming was long over one year and 9 months. What was the difficult point.


▲Kim Jonghak=Considering from the planning, it was 3 years, and filming alone took about 2 years. Although actors had to have time for preparation as the script is out early, I feel wanting that it was not the case. And, as the period became prolonged, there were difficulties including tense feeling between actors and staff. I feel that the difficult things were the fact that many actors got injured as there were many actions as it came to an end, etc.



--You've filmed in many places. Which place did you like the best.


▲Bae=No matter what, I like the Jeju Island, where there was a main set. She is a beautiful island. Air quality is also good. Although it was difficult, I filmed joyously. If I can add one more place, I liked Danyang, Choongbook, very much. My heart was also able to be comfortable.



--Inside drama, E Ji Ah and Moon Sori are contrasting. Personally, which side do you prefer.


▲Bae= First, I feel that I like all. Kiha (Moon Sori) was in relation of lovers in the drama, so that (she was) able to do it from the front, and Suzini (E Ji Ah)was a friend rather than a lover so that she seemed to express a little bit of certain emotion that she could not express behind of me because she was cautious as I was her King. By the way, it just flashed upon me that I prefer to do it in the front.



--They watch (the drama) in Taiwan too. Please greet for Taiwanese fans.


▲Bae=First of all, I am sorry that I was not able to go and meet Family in Taiwan. However, I will plan a good time where Asian Family can be united in one place. Dear Family in Taiwan, I wish you to be always healthy and happy.



--What did you think when you worked on acting.


▲Bae=While acting (drama character) Damdeok, I had been able to learn many things for 2 years because he was a figure who actually existed in history and great figure, and I think it is the drama in which I was able to mature. If finding a common features between I and Damdeok, Because (Damdeok) was such a great person...However, from the perspective of feeling sense of certain responsibility, it seems to be something in common between those men. Regarding loneliness, actually I have not felt that much loneliness because there are friends whom I can trust, entrust, and depend on for everything, around me as well as around Damdeok also.




--There are much interest in TWSSG in Japan.


▲Bae= First. I thank you as so many of you came here today. I also thank Netizens and TV viewers. Since the drama will get more interesting from now on, I hope you watch it with delight. I will put an effort from now on to be able to show better appearance and acting


▲Moon= I ask you to love tears of (drama character) Kiha. Instead, I promise you that I will make you laugh enough with drama with much laugh next time.


▲Lee=It was delightful for me, who did not have any experience in acting, to be able to do a bit drama. I really thank you that you love TWSSG very much, and love and give affection to (drama character) Suzini a lot also.


▲Kim= Because it is a history drama, there are many people who take in with difficulty. Despite that, I thank for watching it even by studying (on drama). I am deeply moved. This drama will unfold with fun from now on. I would appreciate you if you watch it till the end with interests.



--In drama there are many drinking scenes. Actually how much can you drink.



▲Bae=In the drama, Suzini drinks a lot, but she does not drink much in reality. And, I can drink a lot. Blue Dragon and White TIgger, who drinks more than I, came to Tokyo along with me. They did not attend here, and I heard that they drank yesterday.


▲Moon=As far as I know, Teacher Hyeonko (Oh Kwangrok) controls rain. Probably because he is associated with water, I know that he drinks liquer like water.


▲Kim=Probably because the (production of) drama was a long one, it seems that we had the highest number of dining together in my 32 year (history of) directing. I think that (the reason why) actors and staff stayed until the end, was because of frequent dining together.



--What was the most impressive things.


▲Kim=As it was a long time, there happened many things. While moving from location to location, I suffered from an traffic accident so that I was hospitalized and underwent bowel surgery. What occurs to my mind is filming for last 2 months without finishing the surgery, and then undergoing re-operation.

When Mr. BYJ could not move even a step when we left with last one week, or 10 days, we had separate persons each for riding on a horse, getting off a horse, and for walking to opposite actors, to standing in for Mr. BYJ. The moment when (I thought) if we can finish this after all, and the fact that we have done it remain in my memory.


▲Bae=Director told what I want to say. Although it is a difficult thing to be close with actors and staff while working on drama, through this drama, I got really good real younger brother, got real elder brother, and also (looking at Kim PD) there is father next to me so that I was really very very much (feeling) good. I felt good because we were able to work together. I think that I really want to do a work with director (Kim) again, should I have a chance one more time. Chief in make-up team, camera director, It was a great pleasure to be able to do a work together with very lovely and good people.


▲Moon=While filming, I got tattoo on body. Every day, after drawing a picture with red color for 2 hours, I get out to film. one day, in Danyang, when I was to go out after drawing tattoo for 2 hours, I could not go because it rained. It takes 40-minutes to erase it. When I was about to go home after erasing all (tattoo), they told me to draw tattoo again as rain stopped so that they drew tattoo with difficulty. When I was about to go out for filming, they said it was raining again. On that day, they drew 3 times and erased it three times. Thus, there were time that staff called my name Bi (rain) Sori, not Moon Sori. I remember that staff had suffered.


▲Lee= There was a scene where, while riding in a horse cart with Damdeok, I greeted him 'Uhee' tapping shoulder. There was wasp resting on shoulder of senior (BYJ), I tapped it without knowing it so that I felt very much unfair. The wasp, about to sting senior, had stung me. Even when I was stung instead (of BYJ), director and staff made fun of me. "Are you dizzy now' etc. I filmed for about 40 minutes when I became gradually dizzy. Director even joked to me 'are you getting paralyzed up to there' I remember the most that I collapsed after 40 minutes, and regained consciousness after receiving 2 antidote shots in the hospital.

Reported from Tokyo, Choi Eerak,choinal@yna.co.kr
Copyright © Yonhap News Agency


Thank you Suehan at Quilt and Marikoo at Soompi !
Love, myoce


[แปล] ซูจีนีโดนตัวต่อต่อย

สวัสดี ครอบครัวเบยองจุนประเทศไทยที่น่ารักทุกท่าน

นี่เป็นบทแปลอีกบทหนึ่งที่ฉันนำมาโพสต์ให้ใหม่
โดยนำมาจากเพื่อนแสนมหัศจรรย์ของเราSister Suehan ใน BYJ's Quilt.
ฉันได้อ่านแล้วใน Soompi ตอนที่ sister Marikoo โพสต์ไว้

Kwon Ohkyeong/Dainggamjjikyi โพสต์บทความนี้ไว้
ใน Talk Box ของ BYJ's official home.

เบยองจุนเดินสายโปรโมทละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์" ที่ญี่ปุ่น
[สำนักข่าว Yonhap News]
6/4/08 17:17

เบยองจุน ดาราซูเปอร์สตาร์ของเอเชียแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา เพื่อโปรโมทละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ซึ่งกำลังออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NHK ด้วยคะแนนนิยมสูงมาก

ณ งานแถลงข่าวในวันนั้นถูกจัดขึ้นที่ศูนย์ออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ NHK ที่ชิบูย่า
กองทัพนักข่าวทั้งภายในประเทศญี่ปุ่นเอง และจากต่างประเทศกว่า 300 คนหลั่งไหลมารวมตัวกัน
ยิ่งย้ำให้เห็นความโด่งดังและเป็นที่ยอมรับของเขาในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับเอเชีย

เบยองจุนแสดงความขอบคุณนักข่าวทุกท่านที่มารวมกันในวันนั้น
และให้คำมั่นว่า
"ผมคิดว่าผมจะต้องแสดงภาพลักษณ์ที่ดีโดยการทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดตลอดเวลา"

ในงานแถลงข่าวนั้น ดาราสาวมุนโซรีและลีจีอาที่ร่วมแสดงในละคร
"ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์" กับเบยองจุน พร้อมทั้งผู้กำกับคิมจองฮัก
ก็มาปรากฏตัวด้วยเช่นกันเพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าว

ต่อไปนี้คือใจความของคำถาม-คำตอบในงานแถลงข่าว

ถาม : ตอนไหนในละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ที่คุณอยากให้ท่านผู้ชชมติดตามมากที่สุดครับ?

เบยองจุน : ผมคิดว่าละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ที่มีสัจธรรมเรื่องความเมตตาปราณี ความเชื่อมั่นในมนุษย์และ
ความรักที่มนุษย์เรามีต่อกันเป็นสาระใจความสำคัญครับ
ตามทัศนคติของผม ตัวละครที่ผมเล่นนี้
(ทัมด๊อก)ค่อนข้างจะเป็นคนที่เปิดกว้างเป็นผู้ที่มีอิสระ
และแลกเปลี่ยนทางความคิดได้
สามารถเป็นเพื่อนได้กับผู้คนทุกชนชั้น
อย่างไรก็ดี ทัมด็อกยังคงมีอำนาจและ มีความเป็นผู้นำที่ดีอีกด้วย
ซึ่งเป็นลักษณะของบุคคลที่เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในขณะนี้"

ถาม : พวกเราทราบมาว่าคุณมุนโซรีรับงานละครจอแก้วของเกาหลีครั้งนี้
เป็นครั้งแรกใช่ไหมครับ?

มุนโซรี : การถ่ายทำละครนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกราวกับ
กำลังไต่ผาปีนเขาลูกใหญ่เลยทีเดียวค่ะ
เมื่อลุล่วงมาได้ ดิฉันรู้สึกเชื่อมั่นว่าไม่ว่างานละครใดๆ
ดิฉันคงผ่านไปได้ไม่ยากเลย และดิฉันคิดว่าการถ่ายทำละครเรื่องนี้
จะอยู่ในความทรงจำของดิฉันไปจนตลอดชีวิต

ถาม : สำหรับคุณลีจีอา ละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ถือเป็นผลงานเปิดตัว.. เป็นอย่างไรบ้างครับ?

ลีจีอา : เพราะละครเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นแรก
อะไรๆ เลยดูยังไม่คุ้นเคยและยุ่งยากไปหมด
ฉันคิดว่าฉันทำมันได้ดีก็เพราะว่ารุ่นพี่นักแสดง ผู้กำกับ
และทีมงานทุกท่านช่วยเหลือดิฉันเป็นอย่างดี
แม้ว่าคุณๆ จะบอกว่าฉันดูสง่างามโดยไม่ตื่นตระหนกใดๆ
อันที่จริงแล้วก็สั่นๆ อยู่เหมือนกันค่ะอย่างในขณะนี้ฉันก็สั่นมากๆ เลยด้วย
ต้องขอขอบพระคุณมากนะคะที่คิดถึงดิฉันในแง่ดี

ถาม : การถ่ายทำกินเวลายาวนานกว่า 1 ปี 9 เดือน
จุดไหนที่อยากที่สุดครับ?

ผู้กำบคิมจองฮัก : ช่วงที่ยากที่สุดคือช่วงตั้งแต่
การพิจารณาไปจนถึงการวางแผน ก็ร่วมๆ 3 ปีเห็นจะได้ครับ
ส่วนการถ่ายทำอย่างเดียวก็เกือบ 2 ปี
แม้ว่าเหล่านักแสดงจะมีเวลาเตรียมตัวก่อน
ด้วยการได้รับบทละครไปอ่านแต่แรกแต่
ผมกลับรู้สึกว่ามันช่วยอะไรไม่ได้มาก
เวลาที่ใช้ถ่ายทำเลยบานปลายขยายออกไปเรื่อยๆ
เรื่องต่างๆ เลยยิ่งยาก รวมไปถึงความตึงเครียดในหมู่นักแสดง
และทีมงานอีกด้วย ผมว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือความจริงที่ว่า
นักแสดงหลายคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บ
ในขณะที่ยังมีอีกหลายเทคกว่าจะปิดกล้องได้

ถาม : คุณได้เปิดกล้องถ่ายทำในหลายสถานที่
ทีใดที่คุณชอบมากที่สุดครับ?

เบยองจุน : อย่างไรก็ดี ผมชอบเกาะเชจู
ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักเป็นที่สุดครับ
ที่นั่นสวยมาก อากาศก็ดี แม้ว่ามันจะยาก
แต่ผมก็ถ่ายละครอย่างสนุกสนาน
หากผมจะบอกสถานที่ที่ผมชอบมากๆ
อีกแห่งก็คือ แดนยาง และชุงบุ๊ก
จิตใจของผมปลอดโปร่งโล่งสบายเมื่ออยู่ที่นั่นครับ

ถาม : ตามท้องเรื่องแล้ว คุณลีจีอากัลคุณมุนโซรีนั้น
ตรงกันข้ามกัน โดยส่วนตัวแล้ว คุณชอบลักษณะอย่างไร
มากกว่าครับ?

เบยองจุน : แรกที่เดียวผมก็ชอบคู่นะครับคีฮานั้น
ในบทก็มีความสัมพันธ์ฉันคนรัก
ดังนั้นก็สามารถแสดงตัวตนออกมาซึ่งๆ หน้าได้ตั้งแต่แรก
ส่วนซูจีนีนั้น ลักษณะเป็นเพื่อนมากกว่าคนรัก
ถึงเธอดูจะพูดและแสดงอารมณ์ออกมาตรงๆ
แต่เธอก็ยังเก็บงำความลับบางอย่างไว้เบื้องหลัง
เพราะเธอตระหนักเสมอว่าทัมด๊อกเป็นกษัตริย์
อย่างไรก็ดี ผมก็มาคิดได้ว่าผมชอบให้แสดงออกมาซึ่งๆ หน้ามากกว่า

ถาม : มีผู้ชมรับชมอยู่จากทางประเทศไต้หวันด้วย
กรุณาทักทายแฟนๆ จากไต้หวันสักเล็กน้อยครับ

เบยองจุน : ก่อนอื่น ผมขออภัยที่ไม่อาจไปพบ
กับครอบครัวเบยองจุนที่ไต้หวันได้
อย่างไรก็ดี ผมจะวางแผนหาเวลาดีๆ ที่ครอบครัวเบยองจุน
ทั่วทั้งเอเชียจะสามารถมารวมกันในสถานที่เดียวกันได้
ครอบครัวในไต้หวันที่น่ารักของผมทุกคนครับ
ผมขอให้ทุกท่านจงมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงและ
มีความสุขกันทุกท่านครับ

ถาม : ในขณะที่ทำงานแสดง คุณคิดอะไรครับ?

เบยองจุน : ในขณะที่ผมแสดงเป็นทัมด๊อก
ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ทัมด๊อกเป็นตัวละครที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์
และเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่มาก ผมจึงคิดว่าละครเรื่องนี้
เป็นละครที่ต้องสมบูรณ์แบบที่สุด
หากจะหาความเหมือนในเรื่องลักษณะทั่วๆไป
ระหว่างตัวผมเองกับทัมด๊อกคงเป็นไปไม่ได้
เพราะทัมด๊อกเป็นบุคคลที่ยอดมากๆ
อย่างไรก็ดี ทัศนคติในเรื่องความรู้สึกความรับผิดชอบนั้น
ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ตัวผมและตัวทัมด๊อกคิดตรงกัน
หากจะพิจารณาตรงความเดียวดาย
อันที่จริงผมไม่ค่อยจะรู้สึกเดียวดายสักเท่าไร
เพราะผมมีเพื่อนๆ ที่ไว้วางใจฝากผีฝากไข้ได้
มันก็ขึ้นอยู่กับอะไรอีกหลายๆ อย่าง
บุคคลแวดล้อมตัวผมจึงดีกว่าที่ทัมด๊อกเจอเยอะครับ"

ถาม : ละคร"ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งใช่ไหมครับ?

เบยองจุน : ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านมากๆ ครับ
ที่มา ณ ที่นี้ในวันนี้และผมขอขอบคุณผู้ชมจาก
ทั้งทางอินเตอร์เน็ต และจากทางโทรทัศน์
ที่ให้ความสนับสนุนละครเรื่องนี้ต่อไป
หวังว่าทุกท่านจะชมละครเรื่องนี้กัน
ด้วยความเบิกบานใจ ผมจะพยายามแสดงให้ดีขึ้นครับ

มุนโซรี : ฉันขอให้คุณร้องไห้ไปกับคีฮา
คราวหน้าดิฉันสัญญาว่าจะทำให้คุณหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
ในละครตลกเรื่องต่อไปค่ะ

ลีจีอา : มันเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ผู้ไม่มีประสบการณ์ทางการแสดงมาก่อน
อย่างดิฉันได้มาเป็นส่วนหนึ่งของละครเรื่องนี้ ดิฉันขอบพระคุณมาก
ที่ทุกท่านรักละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"มากมายเช่นนี้
ทั้งยังรักและให้การตอบรับกับบทบาทของซูจีนีด้วย

ผู้กำกับคิม : เนื่องด้วยละครนี้เป็นละครอิงประวัติศาสตร์
คงมีท่านผู้ชมบางท่านที่เห็นว่าเรื่องราวเข้าใจได้ยากสักหน่อย
อย่างไรก็ตาม ขอบคุณมากครับที่รับชม ทั้งยังสนใจ
ศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติมอีกด้วยผมซาบซึ้งใจมากครับ
ละครจะยิ่งสนุกสนานเข้มข้นขึ้นนับจากนี้
ผมจะดีใจมากครับ หากทุกท่านรับชมไปจนจบด้วยความสนใจ

ถาม : ในละครนี้ มีฉากร่ำสุรากันหลายฉากทีเดียว
จริงๆ แล้วคุณดื่มเหล้าได้มากแค่ไหนครับ?

เบยองจุน : ตามท้องเรื่องแล้ว ซูจีนีดื่มเก่งมาก
แต่ตัวจริงแล้ว ลีจีอาดื่มได้ไม่มากนัก และ
ผมดื่มได้มากพอสมควร มังกรน้ำเงินกับพยัคฆ์ขาว
ที่ว่าคอทองแดงกว่าก็มาโตเกียวด้วยกันกับผมครับ
พวกเขาไม่ได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย
และผมได้ยินว่าพวกเขาไปดื่มกันมาเมื่อวานนี้

มุนโซรี : เท่าที่ดิฉันทราบมา อาจารย์ฮยอนโก
อันเป็นบทของคุณโอวางรกนั้นควบคุมฝน
เป็นไปได้ว่าเขาเกี่ยวข้องกับน้ำจริงๆ
ฉันรู้ว่าเขาดิ่มเหล้าอย่างกับน้ำแน่ะค่ะ

ผู้กำกับคิม : อาจเพราะเป็นการถ่ายทำละคร
ที่ใช้เวลายาวนานมากเรื่องหนึ่ง ดูเหมือนพวกเรา
จะนับจำนวนครั้งที่รับประทานอาหารเย็นร่วมกันได้
เป็นตัวเลขที่มากที่สุดตั้งแต่ผมเป็นผู้กำกับมา 32 ปี
ผมคิดว่าเพราะอย่างนี้แหล่ะ ทั้งนักแสดงและทีมงาน
จึงอยู่กันพร้อมหน้าจนปิดกล้องเพราะพวกเรา
รับประทานอาหารเย็นด้วยกันบ่อยมาก

ถาม : อะไรคือสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดครับ?

ผู้กำกับคิม : เนื่องด้วยระยะเวลาการถ่ายทำที่ยาวนาน
มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายระหว่างที่ย้ายกองถ่าย
จากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง ผมเองก็ได้รับบาทเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
ดังนั้นผมจึงถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดลำไส้
สิ่งที่อยู่ในใจผมตลอดก็คือการถ่ายทำละครในช่วง 2 เดือนสุดท้าย
โดยที่ยังผ่าตัดไม่เสร็จ ตอนนี้ก็เลยต้องเข้ารับการผ่าตัดใหม่อีกครั้ง
และเมื่อคุณเบยองจุนเดินไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เมื่อพวกเราล่วงเข้าสู่การถ่ายทำสัปดาห์สุดท้าย
หรือประมาณ 10 วันสุดท้าย เราต้องแบ่งทีมงานมาช่วย
ในการขึ้นหลังม้าแต่ละครั้ง การลงจากหลังม้าแต่ละครั้ง
หรือกระทั่งว่าต้องเดินประคองไปกับเหล่านักแสดง
เพื่อแสดงแทนคุณเบยองจุน ณ เวลานั้น ผมคิดว่า
หากเราทำสำเร็จ สิ่งที่เราได้ทำไปนี้จะอยู่อยู่ในความทรงจำ
ของพวกเราตลอดไป

เบยองจุน : ผู้กำกับได้พูดสิ่งที่ผมอยากจะพูดไปหมดแล้วครับ
แม้ว่าจะยากที่จะใกล้ชิดกับเหล่านักแสดงและทีมงานในระหว่าง
ทำงานละครแต่จากละครเรื่องนี้ ผมได้พบกับพี่ชายน้องชายที่ดีมากๆ
และยัง.. (มองไปยังผุ้กำกับคิม) มีคุณพ่ออยู่ใกล้ๆ กับผม
ดังนั้น ผมจึงรู้สึกดียิ่งกว่าดีเสียอีกผมรู้สึกดีที่พวกเราทำงานด้วยกันได้
ผมคิดว่าผมอยากจะร่วมงานกับผู้กำกับคิมอีกสักครั้ง
จริงๆผมอยากมีโอกาสร่วมงานกับหัวหน้าทีมแต่งหน้า ผู้กำกับกล้องอีกด้วย
มันเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำงานร่วมกับบุคคลที่ดีและเป็นมิตรอย่างนี้

มุนโซรี : ระหว่างการถ่ายทำ ฉันมีรอยสักอยู่บนร่างกายทุกๆ วัน
หลังจากใช้เวลาไปกับการวาดรอยนั้นด้วยสีแดงกว่า 2 ชั่วโมง
วันหนึ่ง ฉันเดินทางออกจากกองถ่าย เมื่อครั้งถ่ายทำอยู่ที่แดนยาง
หลังจากใช้เวลาวาดรอยสักนั่นไป 2 ชั่วโมงแล้ว
ฉันก็ไปไหนไม่ได้เพราะติดฝน มันใช้เวลา 40 นาทีเพื่อลบออก
เมื่อตอนที่ฉันตั้งท่าจะกลับบ้านหลังจากลบรอยสักนั่นออกไปหมดแล้ว
พวกเขาบอกฉันว่าจะวาดรอยสักให้อีกครั้งเมื่อฝนหยุดตกแล้ว
เพราะรอยสักนั่นวาดยากมาก พอฉันจะออกไปเข้ากล้อง
พวกเขาก็บอกว่าฝนมันตกอีกแล้ว ตกลงว่าวันนั้น
ทีมงานต้องวาดรอยสัก ถึงสามครั้งแล้วก็ลบมันออกอีกสามครั้ง
ดังนั้น ทีมงานก็เลยเรียกดิฉันว่าบี(ที่แปลว่าฝน)โซรี
แทน มุนโซรี ฉันจำได้แม่นเลยว่าทีมงานต้องลำบากขนาดไหน

ลีจีอา : มีอยู่ฉากหนึ่ง ระหว่างที่นั่งรถม้าไปกับทัมด๊อก
ตามบทฉันจะต้องทักเขาว่า 'Uhee'
แล้วก็เอามือกอดไหล่เขาไปด้วย ปรากฏว่า
มีตัวต่อเกาะอยู่บนไหล่ของรุ่นพี่เบยองจุน
ฉันตะปบลงไปบนตัวต่อนั่นโดยไม่รู้ตัว
ฉันก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย
ไอ้เจ้าต่อตัวนั้นมันก็เลยหันมาต่อยฉันแทนรุ่นพี่
แม้ว่าฉันจะเจ็บตัวแทนรุ่นพี่ยองจุน
ผู้กำกับกับทีมงานก็ยังล้อเลียนฉัน
"หน้ามืดหรือยัง?" อะไรต่างๆ นาๆ
ฉันเข้าฉากประมาณ 40 นาที
เมื่อฉันเริ่มจะหน้ามืดขึ้นเรื่อยๆ
ผู้กำกับก็ยังล้อฉันว่า
"นั่นเธอเป็นอัมพาตไปแล้วรึ?"
ฉันจำได้ว่า ในที่สุดฉันก็เป็นลมล้มพับ หลังจากผ่านไป 40 นาที
นั่นล่ะมาฟื้นคืนสติเอาก็เมื่อถูกฉีดยาแก้พิษไป 2 ที่โรงพยาบาล

รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
โดย Choi Eerak,choinal@yna.co.kr
ลิขสิทธิ์โดย Yonhap News Agency

ขอบคุณ Suehan ที่ Quilt และ Marikoo ที่ Soompi !
ด้วยรัก,

myoce

[แปล]สถานีโทรทัศน์ NHK ประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นอันทำงาน

Translated by Kelly
สวัสดี ครอบครัวเบยองจุนในประเทศไทยทุกท่าน
นี่เป็นบทแปลที่น่าสนใจมาก โดย Suehan โพสต์ไว้ใน BYJ's Quilt

[ข่าวแปล] "ไปดูเบยองจุนกัน~!" - สถานีโทรทัศน์ NHK ประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นอันทำงาน
2008-06-05 13:52

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา
ดาราเกาหลีคนดัง เบยองจุน อายุ 36 ปี
ได้เดินทางมาเพื่อบันทึกเทปรายการพิเศษ
ให้กับสถานีโทรทัศน์ NHK
ในระหว่างการเยือนประเทศญี่ปุ่น
เพื่อเฉลิมฉลองการออกอากาศละครอิงประวัติศาสตร์
"ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
เบยองจุนเดินทางมาร่วมรายการพร้อมด้วยมุนโซรี ลีจาอา
และผู้กำกับคิมจองฮัก
เบยองจุนปรากฏตัวขึ้นทันทีหลังจากจบการแถลงข่าว
ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ NHK

สถานีโทรทัศน์ NHK แสดงความจริงใจ
โดยตกแต่งจัดสร้างห้องบันทึกรายการในแบบโกกุเรียว
ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ถ่ายทำละคร
"ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์" จริงๆ

รายการพิเศษนี้จะถูกนำออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น
ในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2551 เวลา17.00 น.
ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุด

เจ้าหน้าที่ของสถานีที่เป็นคนท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวว่า
"ไม่ธรรมดามากๆ ที่สถานีของเราจะออกอากาศ
รายการพิเศษของดาราต่างชาติในช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุด"

ในขณะเดียวกัน
กระทั่งว่าพนักงานของสถานีโทรทัศน์เอง
ต่างก็หยุดงานกันเพื่อจะมาดูการแถลงข่าว
และการบันทึกรายการพิเศษของเบยองจุน
นี่ถือเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่ง

ละคร "ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์"
ได้ถูกนำออกอากาศในประเทศญี่ปุ่น
ในวันเสาร์ เวลา 23.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ NHK
เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2551 เป็นต้นมา
และในตอนที่ 10 จะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายนนี้

รายงานโดย คิมยองโฮ yhkim@newsis.com

ขอให้เป็นวันอันแสนสุขสำหรับทุกคนนะจ๊ะ
myoce

NHK in Japan stopped their work

Dear Thailand Family,

Here is an interesting translation by Suehan in BYJ's Quilt :

[News Trans]Let’s go to see BYJ - NHK in Japan stopped their work.

Let’s go to see BYJ -- NHK in Japan stopped their work.
2008-06-05 13:52

On June 4, 2008, Hallyu star, Bae Yong Joon (36) recorded a special program for NHK while he visit Japan to celebrate the local broadcasting of the historical drama, “TWSSG”. He appeared on the program with Moon Sori, Lee Jiah, and the producer Kim Jonghak. The appearance occurred right after he finished the press conference which NHK organized.

NHK showed their sincerity by constructing a Kokuryo style studio for this program in a format identical to the set for “TWSSG”.

It will be broadcasted at 5 pm, the prime time of Saturday, on June 21 in Japan. The local official said, “It’s very unusual to broadcast the foreign star’s special program on prime time.”

On the other hand, even the employees of company stopped their work to see Bae Yong Joon’s press conference and special program. It was a rare scene.

The ‘TWSSG’ has been broadcasted at 11 pm on Saturdays on NHK since April 5th and the 10th episode will be broadcasted on the June 7th.

Reporter Kim Yongho yhkim@newsis.com

Have a nice day,
myoce