11.6.09

A Frozen Flower (Again)



ขอคุยด้วยคนกับ Frozen Flower…


สวัสดีค่ะ...มาเกาะกระแสด้วยคนกับ A Frozen Flower สำหรับตัวหนัง ดิฉันได้ดูแล้ว แต่ในวันนี้จะไม่ขอพูดคุยเรื่องเนื้อหาของหนัง เพราะมีคนพูดถึงกันเยอะแล้วนะคะ มาคุยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากหนังเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ

A Frozen Flower ( 쌍화점: Ssanghwajeom) เป็นผลงานชิ้นที่ 5 ของผู้กำกับยูฮา (Yoo Ha) ผู้กำกับยูฮาและโจอินซุงเคยร่วมงานกันมาแล้วจากเรื่อง A Dirty Carnival ผู้กำกับยูเคยกล่าวไว้ถึงหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มโครงการสร้างหนังเรื่องนี้ครั้งแรกว่า “นี่เป็นผลงานที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงในสมัยราชวงศ์โครยอ สำหรับชื่อเรื่องผมยังไม่ตัดสินใจ แต่มันเป็นเรื่องราวความรักระหว่าง 2 ชายกับ 1 หญิง นี่เป็นผลงานชิ้นที่ 5 ของผม แต่ผมอยากทำอะไรที่แปลกใหม่ จึงตัดสินใจสร้างหนังแนวประวัติศาสตร์ ผมรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างกับงานศิลป์แบบนี้ แต่จะพยายามเอาชนะมันให้ได้ นี่นับเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผม”

ทางด้านโจอินซุง เนื่องจากเขาถึงกำหนดต้องเข้ารับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร นี่จึงเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายที่เขาจะฝากไว้ก่อนไปทำหน้าที่ลูกผู้ชาย เขาได้ปฏิเสธบทอื่นๆ ไปหมดเพื่อรับงานชิ้นนี้




เพื่อแสดงหนังเรื่องนี้ โจอินซุงต้องไปฝึกขี่ม้า ฝึกศิลปะการต่อสู้ ฝึกฟันดาบ และที่สำคัญก็คือการฝึกเล่น “โกมังกู” (พิณเกาหลี 16 สาย) โจอินซุงได้ให้สัมภาษณไว้ว่า “หลังจากเรื่อง A Dirty Scandal ผมตัดสินใจว่าจะทำงานชิ้นต่อไปร่วมกับผู้กำกับยู ผมเริ่มฝึกขี่ม้า ศิลปะการต่อสู้ และฝึกเล่นโกมังกู เพราะผู้กำกับบอกว่ามันจำเป็นสำหรับบทของผมในเรื่องนี้ ผมยังไม่รู้รายละเอียดอะไรทั้งสิ้น แต่เชื่อมั่นในตัวผู้กำกับ ผมจะพยายามให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่ามันเป็นโอกาสดีที่จะแสดงความสามารถในฐานะนักแสดงของผมอีกครั้ง” (นิสัยแบบนี้ ฟังแล้วคุ้นๆ อยู่เหมือนกันใช่มั้ยคะ??)



สำหรับตัวละครหลักทั้ง 3 คือพระราชา หัวหน้าองครักษ์ และพระมเหสี โจอินซุงได้รับการวางตัวเป็นนักแสดงคนแรกของเรื่องในบทหัวหน้าองครักษ์ ฮงลิม เขาเริ่มฝึกซ้อมเพื่อแสดงหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2007 ตามมาด้วยจูจินโมที่ได้รับการคัดเลือกให้มารับบทพระราชา โดยมีการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2007 แล้วจึงถึงคิวของ ซงจีฮโย ซึ่งมารับบทพระมเหสี

A Frozen Flower วางงบประมาณการถ่ายทำไว้ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเริ่มถ่ายทำเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2008 และเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ประเดิมถ่ายทำในโรงถ่ายใหม่ของ Jeonju Cinema Studio

Director Yoo Ha of 'A Dirty Carnival' and Jo In-sung are partnering once again. This time it is a historical film set in Goryeo and is a melodrama following homosexual love.

Director Yoo says, "This is an original piece based on a true story of the Goryeo era and I have not yet decided the title. It is a love story with two men and one lady".

He also says, "This is my fifth piece, but I wanted to make a change so I decided to do a historical film. I always felt uncomfortable with the genre but I felt I should try to overcome those feelings. It is also a new challenge for me to focus on a melodrama".

Jo In-sung has been turning down numerous offers for movie and drama appearances to take on the role in the upcoming film by the director. The film will start filming next March, being the last for Jo In-sung before he enlists for his military duty. The title is to be determined.

Jo In-sung says, "After 'A Dirty Carnival', I decided to do my next piece with director Yoo. I will start learning horseback riding, martial arts, and the geomungo starting this month as the Director says it is necessary for my role".

He added, "I haven't heard the details about the film yet, but I trust the director. I will try my best as I believe it is an opportunity to show a good aspect of myself as an actor once again", showing his faith in Director Yoo.

Jo In-sung was on board from the beginning of the project, having turned down other acting roles to make A Frozen Flower his last work before enlisting for military service. He choose to appear in the film without knowing the exact details, having faith in the director following their earlier collaboration in 2005 on A Dirty Carnival. Jo In-sung began training for the role in August 2007, learning martial arts, fencing, horse riding and geomungo. The casting of Ju Jin-mo as the king was announced in December 2007.

The budget for A Frozen Flower was $10 million, and the film went into production on 16 April 2008. It was the first film to shoot at the newly built Jeonju Cinema Studio.


[ Special Thanks to : broasia.com / wikipedia.org / KOFIC ]

Ladymoon@Copyright

John Woo selects KIM Jong-hak





This news don’t involved with BYJ directly, but it’s about PD Kim & TWSSG. So I’d like to share with you. This project will be another phenomenal, the co-production between Chinese and Korean!



John Woo selects KIM Jong-hak


Global star director JOHN Woo puts his faith in Korean director KIM Jong-hak to realize the classic epic Chinese tale Magic Bell's cinematic 3D special effects laden adaptation. KIM was praised for his pan-Asian television hit drama The Legend of Four Gods.

John Woo's business partner Terence Chang said he was impressed by KIM's The Legend of Four Gods because of its “high production values and ground-breaking visual style”. John Woo and Terence Chang's Lion Rock Productions is producing the Chinese-language big budget fantasy project. Lion Rock partners up with Korea's Kimjonghak Production and Taiwanese Tosowa Entertainment.

Casting is on the way, and both Korean stars Won Bin and JUNG Ji-hoon (aka singer Rain/Bi) are rumoured to be considered for leading roles. Renee Yuan has been cast.

Guo Zheng (Red Cliff )is writing the scenario about a warrior who is faced with the responsibility to defeat a demoness he is in love with to save humanity. Filming should commence in 2010 and the cinematic release is scheduled for 2011.

[Yi Ch'ang-ho (KOFIC) 06-05-2009]

เก็บข่าวนี้มาฝากกันนะคะ สำหรับอีกอภิมหาโครงการของจอห์น วู (คุณพี่จอห์น วู แกทำอะไรเล็กๆ ไม่เป็นค่ะ) โดยคราวนี้คุณพี่จอห์นแกคิดจะสร้างภาพยนตร์ 3 มิติแฟนตาซี และได้เลือกผู้กำกับคิมจองฮัค มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย




ผู้กำกับชื่อดังระดับโลก จอห์น วู ไว้วางใจให้ผู้กำกับชาวเกาหลี คิมจองฮัค ร่วมงานสร้างเทคนิคพิเศษภาพยนตร์ 3 มิติ Magic Bell มหากาพย์สุดคลาสสิคของจีน ผู้กำกับคิมได้ฝากฝีมือไว้ในละครทีวีเรื่อง The Legend of Four Gods (เรื่องนี้ชื่อมันคุ้นๆ อยู่ใช่มั้ยคะ...ก็คือ TWSSG ของเรานั่นเอง)

Terence Chang



หุ้นส่วนของจอห์น วู เทอเรนซ์ ชาง บอกว่าเขาประทับใจในฝีมือของผู้กำกับคิม จากเรื่อง The Legend of Four Gods บริษัท ไลอ้อนร็อค โปรดักชั่น ของจอห์น วู และเทอเรนซ์ ชาง กำลังจะสร้างภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์ โดยไลอ้อนร็อคได้ตกลงร่วมมือกับ คิมจองฮัค โปรดักชั่น ของเกาหลี และโตโซว่า เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ของไต้หวัน

สำหรับตัวนักแสดงในส่วนของเกาหลี มีข่าวลือว่าทั้งวอนบินและเรนมีสิทธิ์ลุ้นทั้งคู่

สำหรับบทภาพยนตร์เขียนโดย Guo Zheng (เจ้าเก่า) จาก Red Cliff เป็นเรื่องราวของนักรบหนุ่มที่มีหน้าที่กำจัดปีศ่าจสาวที่เขาหลงรักเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ การถ่ายทำจะเริ่มขึ้นในปี 2010 และมีกำหนดฉายประมาณปี 2011

Ladymoon@Copyright

10.6.09

최수종-유동근, 왕 역활에 가장 잘 어울리는 배우 /ผล Vote นักแสดงที่เหมาะสมกับบทบาทของกษัตริย์ประวัติศาสตร์และผู้นำเกาหลี



최수종-유동근, 왕 역활에 가장 잘 어울리는 배우
OSEN 원문 기사전송 2009-06-10 10:52

포털사이트 '디시인사이드'가 지난 2일부터 9일까지 "'왕' 역할에 가장 잘 어울리는 남자배우는?"이라는 주제로 실시한 설문조사에서 최수종-유동근이 각각 1·2위를 차지했다.

총 1559표 중 243표(15.6%)의 지지를 얻은 최수종은 꽃미남 외모로 각종 멜로드라마를 섭렵했으나 이후 사극 '태조 왕건'과 '해신', '대조영' 등을 통해 인간적이고 책임감 강한 지도자의 모습을 선보였다. 특히 나이를 가늠할 수 없는 동안 덕에 청년시절부터 중년까지, 세대를 뛰어넘는 캐릭터 소화력이 장점으로 꼽힌다.

이어 유동근이 222표(14.2%)의 지지를 얻어 근소한 차이로 2위를 차지했다. 사극 '용의 눈물'과 '명성황후', '연개소문' 등에서 카리스마 넘치는 군주의 모습을 연기해 호평 받았다. 특히 태종 이방원 역으로 등장한 '용의 눈물'은 왕권을 둘러싼 형제들과의 피바람 속에 마침내 조선을 건국하지만 그 이면에 감춰진 인간적 고뇌와 상처를 깊이 있는 눈빛으로 연기해 강한 인상을 남겼다.

3위에는 165표(10.6%)로 '내조의 여왕' 최철호가 뽑혔다. 그동안 '장길산', '불멸의 이순신', '대조영' 등 다양한 사극작품에 출연했지만 시청자들에게 배우 최철호를 왕의 이미지로 깊이 각인시킨 것은 단연 '천추태후'다. 기존의 폭군들과 달리 최철호의 '경종'은 인간적 공감과 연민을 불러일으키며 큰 사랑을 받았다.

이 외에 '이산'의 이순재와 '태왕사신기'의 배용준, '대장금'의 임호 등이 그 뒤를 이었다.

miru@osen.co.kr



Korean to Thai Translated by ร้อยตะวัน (Roytavan)

ผล Vote นักแสดงที่เหมาะสมกับบทบาทของกษัตริย์ประวัติศาสตร์และผู้นำเกาหลี

ผลการสำรวจ คะแนน Vote จากผู้ชมละครประวัติศาสตร์และผู้นำเกาหลี ทั้งสิ้น 1,559 คนวันนี้ 10 มิถุนายน 2009 จาก หนังสือพิมพ์ Osen ปรากฎว่าผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด คือ


อันดับ 1 Choi Soo Jong ได้รับคะแนน 243 (15.6%) เหมาะสมกับบทบาทกษัตริย์ประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีมากที่สุด ซึ่งผลงานของเขาได้แก่ Dae Jo Yeong (KBS, 2006) , Emperor Wang Gun (KBS, 2000) , Sea God (KBS, 2004)



อันดับ 2 Yu Dong Geun ได้รับคะแนน 222 (14.2%) จากเรื่อง Yeon Gae Somun (SBS, 2007)
ในบทบาทของ แม่ทัพยอนเกโซนัม


อันดับ 3 Choi Chul Ho ได้รับคะแนน 165 (10.6%) ซึ่งแสดงเป็น Gyeong Jong / Wang Yu (The 5th King) ในเรื่อง Empress Chun Chu (KBS2) นอกจากนี้มักจะเห็นเขาปรากฎในละครประวัติศาสตร์เรื่องต่าง ๆ เช่น Dae Jo Yeong (KBS2, 2006) , The Immortal Lee Soon-Shin (KBS, 2004) , Jang Gil San (SBS, 2004)


อันดับ 4 คือ Lee Soon Jae ได้รับคะแนน 143 (9.2%) จากเรื่อง Yi San (MBC, 2007) , ผลงานละครประวัติศาสตร์ได้แก่เรื่อง Queen Seon Duk (MBC, 2009) ซึ่งกำลังออกอากาศอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ขนะนี้


อันดับ 5 คือพระเอกของเรา Bae Yong Joon ได้รับคะแนน 90 (5.8%)จากเรื่อง The Legend (MBC, 2007) King Damdeok (King Gwanggaeto the Great)


อันดับ 6 Im Ho ได้รับคะแนน 88 (5.6%) จากเรื่อง Queen Seon Duk (MBC, 2009) ในเรื่องนี้เขาแสดงเป็น King Jinji , ผลงานละครประวัติศาสตร์ได้แก่ Dae Jo Yeong (KBS1, 2006) , Dae Jang Geum (MBC, 2003) แสดงเป็น King Jeong Jong



อันดับ 7 Bae Soo Bin ได้รับคะแนน จากเรื่อง The Painter of the Wind (SBS, 2008) แสดงเป็น King Jeong Jo ผลงานละครประวัติศาสตร์ ได้แก่ The Book of Three Han (MBC, 2006) , Sea God (KBS, 2004)

ยิ่งไปกว่านั้น นักแสดงที่ทำให้ละครมีสีสันและน่าติดตาม ได้แก่ Lee Soon Jae ในเรื่อง Yi San , Bae Yong Joon ในเรื่อง The Legend , Im Hoo ในเรื่อง Dae Jang Guam ...


Roytavan@Copyright

9.6.09

Silla formally adopts Buddhism in 527.

พระพุทธศาสนาเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญของอาณาจักรชิลลา
Silla (57 B.C.E. - 935 C.E.),




Seokguram Buddha
พุทธศาสนากับ อาณาจักร ชิลลา

คำตอบมาจากคุณ ร้อยตะวัน เจ้าแม่ประวัติศาสตร์ ( ไม่เฉพาะเกาหลีนะคะ ..ขอบอก)

ได้ข้อมูล มาแต่เช้า ขณะยังขับรถอยู่ อาจมีเนื้อหาตกหล่นไว้ตามสี่แยกไฟแดง 2 – 3 แห่ง และยังขณะกลับบ้านอีก เหลือมาแค่ไหน ก็ไม่ว่ากันนะคะ
ศาสนาพุทธ เข้าไปใน ชิลลา ใน ค.ศ. 527 รัชสมัย กษัตริย์ Beopheung กษัตริย์พระองค์ที่ 23 ของชิลลา ซึ่งทรงครองราชย์ ในระหว่าง ปี ค.ศ. 514-540 ซึ่งล้าหลังกว่า โคคุเรียว 155 ปี และล้าหลัง แพคเจ 143 ปี

บนคาบสมุทรเกาหลี ในช่วงต้นๆ เชื่อเรื่อง ไสยศาสตร์มาก และ อาณาจักร ชิลลา เอง ก็ถือได้ว่า เกิดก่อนอาณาจักร โคคุเรียว
กษัตริย์ จูมง ทรงสถาปนา อาณาจักร โคคุเรียว เมื่อ 37 ปี ก่อน คริสต์ศักราช
ส่วนกษัตริย์ Hyeokgeose ต้นตระกูล Park รวบรวมอาณาจักร ชิลลา ในปี 57 ปีก่อนคริสต์ศักราช
( His surname was Park , which come from the Korean word for “ gourd” , because he was born from an egg shaped like a gourd )
ส่วนกษัตริย์ จูมง (Jumong is described as son of Hae Mosu ( heaven) and Yuhwa ( daughter of the river God Haback



นี่คือความเชื่อของบรรพบุรุษ ของคนบนคาบสมุทรเกาหลี ก่อนคริสตกาล ซึ่งหากย้อนไปให้นานกว่านั้น
เมื่อ5 พันปีมาแล้ว เกาหลี มี เทพบนสวรรค์ คือเทพฮวันอิน และโอรสสวรรค์ คือเทพฮวันอุง ซึ่งเป็นที่มาของต้นกำเนิด ทันกุน วังคอม อันเป็นการเริ่มต้น ประวัติศาสตร์ชนชาติเกาหลี หรือ หากจะถอยหลังไปอีก สัก 5 หมื่น ปี

เป็น ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ได้มีการขุดค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินที่บ่งบอกถึงการตั้งถิ่นฐานบนคาบสมุทรเกาหลีซึ่งมีอายุประมาณ 50,000 ปี ทำให้ทราบว่ามีผู้คนอาศัยอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีมาตั้งแต่สมัยยุคหินเก่าแล้ว หลังจากนั้นได้มีการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาที่ทำจากดินเหนียวปนทราบประเภทไห ซึ่งมีลักษณะลวดลายเป็นแนวยาว โดยนักโบราณคดีได้เรียกเครื่องปั้นดินเผารูปแบบนี้ว่า “เครื่องมือเครื่องใช้ลายฟันหวี” เครื่องปั้นดินเผาแบบนี้นั้น พบมากในบริเวณเอเชียเหนือและแถบไซบีเรีย

นอกจากนี้แล้ว ยังพบเครื่องมือเครื่องใช้อื่นๆ เช่น หัวธนูและมีดที่ทำจากหิน ฉมวกและตาข่ายดักปลา ทำให้ทราบว่า บรรพบุรุษชาวเกาหลีในสมัยก่อนนั้น ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบชายทะเล หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาและล่าสัตว์ จากนั้น ก็ได้มีการขยายการตั้งถิ่นฐานเข้ามาด้านในของคาบสมุทรมากขึ้น ได้มีการริเริ่มทำการเพาะปลูกขึ้นแล้วในสมัยนี้ หลังจากนั้นแล้ว ก็ได้มีการรับเอาเทคโนโลยีการผลิตโละหะสัมฤทธิ์จากจีนมาใช้ทำเป็นอาวุธ

ชาวเกาหลีในขณะนั้น อาศัยอยู่ตามถ้ำ มีการรวมกลุ่มกันครอบครัว และรวมตัวกันเป็นสายตระกูล โดยมีชายที่มีอายุมากที่สุดในสายตระกูลเป็นหัวหน้า เมื่อหัวหน้าตระกูลตัดสินใจอะไร สมาชิกก็ต้องปฏิบัติตาม ยกเว้นการตัดสินใจในเรื่องสำคัญจะมีการปรึกษากันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน นอกจากหัวหน้าสายตระกูลจะมีหน้าที่ทางด้านการปกครองแล้ว ยังมีหน้าที่ทางศาสนาด้วย ชาวเกาหลีในสมัยนั้นยังมีคติความเชื่อว่ามีวิญญาณในธรรมชาติและจักรวาล (Animism) และหัวหน้าตระกูลได้รับการยอมรับว่าสามารถติดต่อกับวิญญาณเหล่านี้ได้ ดังนั้น หัวหน้าตระกูลจึงต้องประกอบพิธีกรรมบวงสรวงวิญญาณเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับสายตระกูลของตน


ที่มา: cyberlab มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ถ้าได้ดู ภาพยนตร์ ของอาณาจักร ชิลลา โบราณเรื่อง ตำนานรัก ทะเลสาบพันปี
( ดิฉัน รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะ คุณ ร้อยตะวัน กรุณา ส่งมาให้ดู เกือบ สองปีแล้ว)
ภาพยนตร์ก็จะสื่อ ถึงความเชื่อ ในตำนาน ในเรื่องของไสยศาสตร์ ชัดเจนกว่า ตำนานในอาณาจักร พูยอ ของกษัตริย์ กึมวา และ โคคุเรียว ของกษัตริย์ จูมง รวมทั้งยุคของ องค์ชายทัมด๊ก ด้วย

อาณาจักร ชิลลา แบ่งเป็น 2 ช่วงสมัย

Silla ( Pre - Unification) ระหว่าง 57 ปี ก่อนศริสต์ศักราช ถึง ค.ศ. 661 ) มีกษัตริย์ 29 พระองค์
และ Later Silla ( Post- Unification) ระหว่าง ปี ค. ศ. 661- 935 มีกษัตริย์ นับต่อ จาก องค์ที่ 29 ของ Pre-Unification รวมทั้งสิ้นมีกษัตริย์ 55 พระองค์

Queen Seondeok of Silla


Queen Seon Duk (MBC, 2009) กำลังออกอากาศที่ประเทศเกาหลีใต้



อาณาจักร ชิลลา เป็น อาณาจักรของเกาหลีที่เคยมี ราชินี ทรงเป็นผู้ปกครองอาณาจักร
คือใน รัชสมัยกษัตริย์ ลำดับที่ 27 คือ Queen Seondeok (ค.ศ.632- ค.ศ. 647 )
Queen Jindeok ( ค.ศ. 647-654)
และ ลำดับ ที่ 50 คือ Queen Jinseong (ค.ศ. 887-897)

ในรัชสมัยของ กษัตริย์องค์ที่ 23 ของ ชิลลา คือกษัตริย์ Beopheung




By the time of his reign, Buddhism had become fairly common in Silla, as it had been introduced much earlier by Goguryeo monks during King Nulji's reign.



( แทรก Nulji คือกษัตริย์ องค์ ที่ 19 ของชิลลา (ค.ศ.417-458 )ซึ่งจะตรงกับรัชสมัยของ กษัตริย์ Jangsu กษัตริย์พระองค์ที่ 20 ของ โคคุเรียวซึ่งเป็นโอรสของกษัตริย์ กวางแกโต มหาราช ทรงครองราชย์ ในช้วง ค.ศ. 419-490)


One of King Beopheung's ministers, a man named Ichadon, was a Buddhist convert who had even shaved his head and took the tonsure. He constantly implored the king to adopt Buddhism as the state religion, and in fact King Beopheung himself had become fond of Buddha's teachings. However, the other ministers of Silla were greatly opposed to this, and expressed such defiance to the king. Beopheung, having been persuaded by his ministers, was at a crossroads, and encountered great reluctance to change. At this time, Ichadon suggested his own martyrdom and pleaded with the king to execute him in public for the cause of Buddhism. This the king refused to do, and so Ichadon deliberately insulted the ministers of the kingdom, thus provoking the anger of the king. In the end, Ichadon was executed in public, but before his head was cut off, he stated that the blood spilled from his body would not be red but milky white. According to the Samguk Yusa, his predictions proved correct, and Ichadon's milky blood horrified the ministers of the kingdom. As a result of Ichadon's matyrdom, King Beopheung finally chose Buddhism as the state religion. However, true Buddhist freedom in Shilla would not begin until the reign of King Jinheung reign.


( แทรก กษัตริย์ Jinheung กษัตริย์ องค์ ที่ 24 ของชิลลาทรงเป็นหลาน ของกษัตริย์ Beopheung ทรงขึ้นสู่บัลลังก์ราชันย์ด้วยพระชนม์เพียง 7 พรรษา


ทั้ง กษัตริย์ Beopheung และกษัตริย์ Jinheung ทรง เป็น กษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่ ของอาณาจักร ชิลลา)

จาก วิกิพีเดีย

จาก ชิลลา ในศตวรรษ ที่ 5 ขอเดินหน้าข้ามขุนเขาลำเนาไพร แต่ ไม่ข้ามทะเลหรอกนะคะ แม้ว่าชิลลาจะอยู่ติดทะเลก็ตามทีเพราะหากข้ามทะเลมา อาจ ออกไปนอก คาบสมุทรเกาหลี ไปเลย หรือ อีกที่ ก็ไปที่ แพคเจ แทนที่จะได้ ไป Goryeo

ที่Goryeo ในปี ค.ศ. 1330-1374 รัชสมัย กษัตริย์ กงนิม ทรงทำให้ ประเทศเกาหลี เกิดความเปลี่ยนแปลงตามมาหลังจากที่ อาณาจักร Goryeo ล่มสลาย เป็น อาณาจักรโซซอน



Goryeo Buddhist painting




กษัตริย์ กงนิม ทรงสนิทสนมกับพระภิกษุ ชินดอน ซึ่งพระภิกษุ ชินดอน องค์นี้ ได้เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศ ธิเบต และได้ พบ ตำรา หลักปรัชญา ขงจื้อ ที่แพร่หลายในประเทศธิเบต เมื่อกลับจาก ประเทศธิเบต ยังได้เดินทางไปประเทศจีน ก่อนที่จะเดินทางกลับมาที่ Goryeo



พระภิกษุองค์นี้ ได้นำตำราหลักปรัชญา โดยเฉพาะในเรื่องชนชั้น กลับมาเผยแพร่ให้กษัตริย์ กงนิม
แล้ว ลัทธิ ขงจื้อ ก็เริ่มแพร่หลาย ใน Goryeo

( หลักปรัชญานี้ จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธ จะถือความเสมอภาค ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ )

18 ปี ต่อมา หลัง กษัตริย์ กงนิม สิ้นพระชนม์ Goryeo ก็ล่มสลาย กลายเป็น อาณาจักร โซซอน โดย นายพล ลี ซองแก ของ Goryeo

หลักปรัชญาของขงจื้อ กลับยิ่งแพร่หลายไปทั่วอาณาจักร โซซอน

สมัยราชวงศ์โซซอน (ค.ศ.1392-1910) มีการยกย่องลัทธิขงจื้อกลายเป็นหลักปรัชญาในการบริหารประเทศ เป็นคติธรรมประจำชาติและสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ บรรดา ปัญญาชนในสมัยโซซอนจึงผลิตงานศิลปะที่แสดงถึงอิทธิพลของลัทธิขงขื้อและศิลปะแบบจีน

( ข้อมูล โดย ร้อยตะวัน)
หากดิฉัน เขียนสิ่งใดผิดพลาดไป คุณ ร้อยตะวัน กรุณา แก้ไข ด้วยนะคะ

Shin Don



Decline and fall of Goryeo

The Mongol Yuan Dynasty dominated Goryeo when King Gongmin took over the throne. Forced to spend many years in the Yuan court, sent there in 1341 as a virtual prisoner before becoming a king, he married the Mongol princess Nogukdaejang Gongju (노국대장공주, 魯國大長公主). In the mid-fourteenth century Yuan dynasty began to crumble, soon replaced by the Ming dynasty in 1368. Gongmin attempted to reform the Goryeo government. In his first royal act, he removed all pro-Mongol aristocrats and military officers from their positions. King Gongmin followed that by attacking the Yuan.



Mongols had annexed the northern provinces of Korea after the invasions, incorporating them into their empire as Ssangseong (쌍성총관부, 雙城摠管府) and Dongnyeong (동녕부, 東寧府). The Goryeo army retook those provinces with the help of defector Yi Ja-chun, a minor Korean official in service of Mongols in Ssangseong, and his son Yi Seonggye. The campaigns of General Yi Seonggye and Ji Yongsu in Liaoyang also proved a major factor in the victory. Following the death of his wife, Nogukdaejang Gongju in 1365, King Gongmin became consumed with grief, losing his interest in the affairs of state, entrusting the throne to a monk Shin Don (신돈, 辛旽). Shin Don ruled for six years until killed by a court official close to him. From that time, Goryeo quickly slid toward collapse.

In 1388, King U and general Choe Yeong planned a campaign to invade present-day Liaoning of China. King U put general Yi Seong-gye (later Taejo) in command, but he stopped at the border and rebelled. Goryeo fell to General Yi in 1392. He then established the Joseon Dynasty.

Source :
http://www.imbc.com/broad/tv/drama/sindon/index.html
http://www.newworldencyclopedia.org/entry/Goryeo




BYJ Photo.







8.6.09

Gongmin of Goryeo:[공민왕 영정] : The Artist King.


"A Frozen Flower" Korean Movie
คุณ ร้อยตะวัน มี VOD ให้ชม จนต้องไปแสวงหาแผ่นหนังมาดู แต่แผ่นยังเดินทางมาไม่ถึง พอดีนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เลย ขออนุญาต หยุดเรื่อง ของ ลี มินฮุง และ คัง จุนซาง ไว้ก่อน คือ ดิฉัน มัว แต่ติดตาม จุนซาง ไปตามหา พ่อ เลยยังไม่มีเวลาเล่าตอนที่ 16 ของ WLS ต่อ น่ะค่ะ จุนซาง ก็ มัวแต่ เทียวไปเทียวมา ระหว่าง โซล และ ชุนชง ดิฉัน ติดตามจุนซาง ไป ตลอด ก็เลย เหนื่อยมาก ๆ ( จุนซาง เริ่ม ตามหาพ่อ เมื่อ สิบปีที่แล้ว ( จริงๆ คือ เมื่อปี 2002) แต่ปีนี้ 2009 ที่เมืองไทยบ้านเรา น้องๆหลายคนหลายจังหวัด ทั้งน้อง ผู้ชาย น้องผู้หญิง ตามหา คุณพ่อ ญี่ปุ่น กันจ้าละหวั่น เป็นข่าวรายวันเลยทีเดียว ซึ่งน่าชื่นชมเจ้าหน้าที่ต่างประเทศของไทยเรานะคะที่พยายามตามหา คุณ พ่อ ให้น้องๆ เหล่านั้น ไม่รู้ ว่าน้อง ๆ in trend การตามหาพ่อ ของ คัง จุนซาง หรือ คัง จุนซาง เมื่อ ปี 2002 กลับมา in trend เรื่อง จริง ในเมืองไทย ในปัจจุบัน

ดิฉัน เลย ขอ ทิ้งเรื่องของพลเมืองคนที่วุ่น ๆ วาย ๆ เหลือเกิน ของกรุงโซล ( ก็ อาณาจักร โซซอน แหล่ะค่ะ ) คือ ลี มินฮุง และ คัง จุนซาง ย้อน ไป ที่ GORYEO ดีกว่า


Gongmin of Goryeo

ก็ "กษัตริย์ศิลปินแห่งโครยอ" มาจุดประกาย นั่นเอง
ฉาก ที่ทรงดนตรี และ ทรงร้องประกอบที่คุณร้อยตะวันบอกว่าคล้าย ขับเสภา ของบ้านเรา น่าติดตามมากเลย แถม ทรงวาดภาพ ได้อีกด้วย
จู จินโม และ โจ อินซอง ประชันบทบาท กษัตริย์ และองครักษ์ ที่ มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา กันบนจอ

เมื่อชิลลา รวม สามอาณาจักร โคคุเรียว แพคเจ และชิลลา เป็นหนึ่งเดียว ได้ ในปลายศตวรรษที่ 9 ต่อมาบ้านเมือง ก็เริ่มไม่สงบ เพราะบรรดาขุนนางของชิลลา ฉ้อราษฏร์ บังหลวง ทั้ง โคคุเรียว และแพคเจ ก็มีคนมีฝีมือ แยกตนเป็นอิสระ เกิด โคคุเรียว ยุคหลัง แพคเจ ยุคหลัง กลับ เป็น สามอาณาจักรอีกครั้ง สำหรับ โคคุเรียว หรือ โคกุริออ ยุคหลัง ได้เปลี่ยน ชื่อ อาณาจักร เป็น โคเรียว หรือ โคริออ หรือ โครยอ โดย กษัตริย์ TaeJo Wang Geon และต่อมาได้รวม สามอาณาจักร สำเร็จ ใหม่ ใน ปี ค.ศ. 936


TaeJo of Goryeo

เริ่ม ต้นราชวงศ์ โคเรียว เป็นกษัตริย์ TaeJo of Goryeo

Goryeo มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น เริ่ม ทำการค้าระหว่างประเทศ จากการ ค้าขาย กับต่างประเทศนี้เอง
เป็นที่มา ของ คำว่า KOREA ซึ่งก็มาจากชื่อของอาณาจักรนี้ ที่มีการค้าขาย กับ ชาวต่างชาติมาก ส่วน ไทย เราเรียก เกาหลี ตามสำเนียง จีน

Goryeo เป็นอาณาจักร ในช่วง ค.ศ . 918-1392 ( ค.ศ .918 ยัง มีอาณาจักร Balhae และ Silla เป็น ช่วงท้าย ของ 2 อาณาจักร นี้)

กษัตริย์ กงนิม องค์ ที่ 31 ของ GORYEO ในช่วงปี ค.ศ. 1330-1374 ก็นับเป็นช่วงปลายของราชวงศ์ GORYEO
ราชวงศ์นี้ มีกษัตริย์ ทั้งสิ้น 34 พระองค์ กษัตริย์พระองค์ ที่ 32 ทรงครองราชย์เพียง 14 ปี กษัตริย์องค์ที่ 33 ทรงครองราชย์ เพียง ปี เดียว และ องค์ สุดท้าย ทรงครองราชย์เพียง 3 ปี
เพียง 18 ปี หลังจาก กษัตริย์ กงนิม สิ้นพระชนม์ อาณาจักร GORYEO ที่รุ่งเรือง ใน หลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ ศาสนาพุทธ นั้น อาณาจักรนี้ก็ ล่มสลาย แล้ว กลายเป็น อาณาจักร โซซอน

Goryeo เกิดความไม่สงบจากภายในอาณาจักร และการรุกรานจากประเทศจีน จน นายพล ลี ซองแก แม่ทัพของ GORYEO ได้ นำกองทัพ ยึดอำนาจจากกษัตริย์ เพราะ กษัตริย์ อ่อนแอ ไม่สามารถปกครองให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขได้ นายพล ลีซองแก ตั้งตนเป็นกษัตริย์ และเปลี่ยนชื่อ ประเทศ จาก GORYEO เป็น JOSEON ในปี ค.ศ. 1392 และเป็น กษัตริย์ TaeJo Of Joseon

TaeJo Of Joseon

และในปี ค.ศ. 1394 อันเป็นปีที่ สาม ของ โซซอน กษัตริย์ TAEJO OF JOSEON ได้ ย้ายเมืองหลวง มาตั้งที่เมือง ฮันยาง ซึ่ง ก็คือ กรุงโซล ในปัจจุบันนี้

อาณาจักร GORYEO บาง ท่านเรียก โคเรียว บางท่าน เรียก โคริออ บางท่านเรียก โครยอ

เมื่อ วันวิสาขบูชา คุณ ร้อยตะวันเขียนเรื่อง วันวิสาข ที่ประเทศกาหลี มีภาพน่ารัก ๆ ของหนูน้อย ที่แต่งตัว แบบหลวงจีน น่าเอ็นดูกับหลากหลายอารมณ์ของหลวงจีนน้อยหลายๆ คนมากเลย ขอตัดตอน ข้อความของคุณร้อยตะวันมาดังนี้
ประเทศเกาหลีจะมีเทศกาลงานบุญวันวิสาขบูชาเช่นเดียวกันกับบ้านเรา แต่บ้านเขานั้นเขานับวันเดือนทางจันทรคติต่างกับบ้านเรา… พูดง่ายๆก็คือถ้าเอาวันวิสาขบูชาของบ้านเราลบด้วย 7 ในปีนี้เทศกาลวันวิสาขบูชาของเกาหลีใต้จะอยู่ราววันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่เขาจะจัดงานเฉลิมฉลองในช่วงก่อนจะถึงวันวิสาขาบูชาราวๆ 3 สัปดาห์ต่อเนื่องเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานบุญวันวิสาขบูชา




ไฮไลต์จริงๆ คือเทศกาลโคมบัว จะเริ่มก่อนวันวิสาขบูชา ราวๆ 1 สัปดาห์ก่อน เขาถือว่าบัวเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า ช่วงนั้นจึงมีทั้งเทศกาลจุดโคมประทีป นิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนา การสอนทำโคมบัว และมีวันแห่งการปิดถนนพระเดิน พิธีเปิดขบวนพาเหรดไล่เรียงกันไป

ในงานเทศกาลนี้ทางหน่วยงานราชการเกาหลีจะให้ความสำคัญกับเทศกาลไม่น้อย และ ทุกปีจะมีการประดับประดาโคมไฟดอกบัวทั่วกรุงโซลและจะมีมากที่สุดก็เห็นจะเป็นแถบๆ วัดพงอึนซาที่ใช้จัดงานพิธีต่างๆ เหล่านี้โดยเฉพาะในช่วงนี้ใครที่นับถือศาสนาพุทธมหานิกายก็จะเข้าไปในวัด เข้าไปทำโคมดอกบัวไปแขวนถวายที่วัดถือเป็นพุทธบูชาค่ะ บางคนก็จะมารักษาศีลกินมังสวิรัติ คล้ายๆ บ้านเราเช่นกัน



ศาสนาพุทธ
ก่อน อาณาจักร Goryeo ในช่วงของ อาณาจักร ชิลลา นั้น เป็นที่กล่าวกันว่า ยุค ชิลลา รวม 3 อาณาจักร คือ โคคุเรียว ของกษัตริย์ จูมง และ ทัมด๊ก เพคเจ ของ กษัตริย์ มู ( ซอดองโย) รวม กับ ชิลลา นั้น ถือเป็น ยุคทอง ของ วัฒนธรรมเกาหลี โดยเฉพาะทางด้าน พุทธศิลป์

ศาสนา พุทธ เข้าไปในเกาหลี เมื่อ ราชวงศ์ โคคุเรียว ในสมัยพระปิตุลา ของ กษัตริย์ กวางแกโตมหาราช ใน ค.ศ. 372
Goguryo was the first Korean Kingdom to adopt Buddhism as a state religion in 372,under King Sosurim reign.

ที่แพคเจ ในรัชสมัยของ กษัตริย์ Chimnyu ( ค.ศ. 384-385) ขอลอกทั้งประโยคเลยว่า
Also in 384 .the Indian Buddhist monk Marananta came to Bakeje from Eastern Jin. King Chimnyu welcomed him into the palace,and shortly thereafter adopted Budddhism .In 385 he order that a Buddhist temple be built at the Bakeje capital of Hansan and ten people became monks..

สำหรับ ชิลลา เพราะไม่ค่อยสนใจ ชิลลา เลยไม่ทราบว่า ศาสนาพุทธ เข้ามา ชิลลา เมื่อไรน่ะค่ะ ฝากคุณ ร้อยตะวัน มาเสริมให้ทีหลังได้ไหมคะ

ในอาณาจักร GORYEO (ค.ศ 918-1392) ศาสนาพุทธมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุด มีงานจิตรกรรมแบบพุทธ และศิลปวัตถุอื่นๆเกิดขึ้นมากมายในวัดต่างๆทั่วประเทศ มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชนชั้นปกครอง พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และมีอิทธิพล ต่อระบบการเมืองการปกครองเป็นอย่างมาก



มีวัดแฮอินซา ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติ คายาซาน สร้างขึ้นในปี ค.ศ 802 เก็บรักษาศิลปวัตถุจำนวนมาก ในอาคาร 90 อาคาร (ศาลเจ้าและกุฎิและอาคารย่อยต่างๆ ) เป็นที่เก็บรักษาแผ่นไม้แกะสลัก สำหรับพระไตรปิฎก ฉบับ เกาหลี จำนวน 8 หมื่นแผ่น เป็นการรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่สมบูรณ์ ที่สุด ของเอเชีย ตะวันออก แผ่นไม้เหล่านี้ทำขึ้นในปี ค.ศ 1251 เป็นการขอร้องให้พระพุทธเจ้าคุ้มครองประชาชนในช่วงที่ กองทัพมองโกเลียกำลังรุกรานประเทศ


Tripitaka Koreana Woodblocks


Haeinsa Temple Janggyeong Panjeon,
the Depositories for the Tripitaka Koreana Woodblocks


ในปี ค.ศ.1995 องค์การยูเนสโกได้จัดให้แผ่นไม้แกะสลักพระไตรปิฎก (Tripitaka Koreana Woodblocks) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พระไตรปิฎกแห่งจางยองพันจอน (Tripitaka Koreana of Janggyeong Panjeon) เป็นหนึ่งในมรดกอันมีค่าของโลก

( วัด แฮ อึนซา จากหนังสือ เล่มนี้ กับ วัด พงอึนซา ของคุณ ร้อยตะวัน จะเป็น วัดเดียวกันไหมหนอ)
คำตอบมาแล้วค่ะ คนละวัดกัน

(ใน ค.ศ .802 มี อาณาจักร ชิลลา และ บัลแฮ)

ส่วนสมัยราชวงศ์โซซอน (ค.ศ.1392-1910) มีการยกย่องลัทธิขงจื้อกลายเป็นหลักปรัชญาในการบริหารประเทศ เป็นคติธรรมประจำชาติและสร้างสรรค์งานด้านวรรณศิลป์ บรรดา ปัญญาชนในสมัยโซซอนจึงผลิตงานศิลปะที่แสดงถึงอิทธิพลของลัทธิขงขื้อและศิลปะแบบจีน ในขณะเดียวกัน จิตรกรรมพื้นบ้านซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่สามัญชน กลับไม่ได้รับอิทธิพลจากแนวความคิดใดความคิดหนึ่ง จึงมีการใช้เทคนิคการเขียนภาพที่เป็นอิสระ แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก รวมทั้งใช้สีสันสดใสเพื่อสื่อถึงพลังอารมณ์และความรื่นเริง

Lee Seo Jin - Yi San (King Jeong Jo of Joseon

King Jeong Jo's Portrait

Yi San - Seong Yeon


เกาหลี มีละคร ที่สื่อ เรื่องศิลปะการวาดภาพ ของ สมัยโซซอน เรื่อง YI-SAN นั่นเอง จิตรกร สาว ที่ได้ เป็นพระสนมเอกของกษัตริย์ Jeongjo คือ พระสนม ซงยอน เคยไปศึกษา ศิลปะการวาดภาพที่ ประเทศจีนด้วย

เกาหลี และจีน ต้องรบกันตลอด สำหรับจีน ตั้งแต่ ราชวงศ์ ฮั่น (ก่อนกษัตริย์จูมง สถาปนา โคคุเรียว) ราชวงศ์ สุย ราชวงศ์ ถัง ( โคคุเรียว ล่มสลายในราชวงส์ถัง)

จนมาถึง GORYEO ต้อง รบกับ จีน ใน ราชวงศ์ หยวน ซึ่ง กุบไลข่าน หลานชาย ของ เจงกีสข่าน เข้ามาล้มล้างราชวงศ์ ช่ง และตั้งราชวงศ์หยวนขึ้น แต่ ราชวงศ์หยวน หรือ มองโกล ก็ ปกครองจีน ได้ประมาณ 90 ปี เท่านั้น ระหว่างราชวงศ์ถัง และ ราชวงศ์หยวน ยังมีราชวงศ์ ซ่ง และเหลียว แทรก ต่อจากราชวงศ์หยวน จะเป็น ราชวงศ์ หมิง และสุดท้าย คือ ราชวงศ์ ชิง ( แมนจู )

ในสมัยโซซอน ละคร ย้อนยุค หลายๆ เรื่อง จะกล่าวถึง ต้าหมิง และต้าชิง
ชนชาติเกาหลีได้ถ่ายทอดความเป็นอัจฉริยะทาง ศิลปะ ผ่านทางดนตรี นาฎศิลป์ และจิตรกรรม ซึ่งมีการพัฒนามาตลอดเวลา



고려 도자기 / Goryeo's Pottery



รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเกาหลีรับเอาศิลปะเครื่องปั้นดินเผา มาจากประเทศจีน ศิลปะแขนงนี่ได้เจริญรุ่งเรือง และปัจจุบัน ก็เป็นศิลปะที่ชาวเกาหลีภาคภูมิใจ เครื่องปั้นดินเผาแบบศิลาดลสีเขียวอมฟ้าที่มีความสวยงามอย่างลึกซึ้งของราชวงศ์ โคเรียว (โคริออ, โครยอ ) เป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก เป็นที่ต้องการของผู้ที่นิยม วัตถุโบราณ



백자 조선 / Joseon white porcelain



เช่นเดียวกับเครื่องกระเบื้องสีขาวจากราชวงศ์ โซซอน ศิลปะแขนงนี้ได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อศิลปะญี่ปุ่นในยุคสมัยต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ญี่ปุ่น รุกรานประเทศเกาหลีในช่วงปี 1950 และทำให้ศิลปะแขนงนี้เจริญรุ่งเรื่องที่ญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้




คงร้อง อ๋อ กันนะคะ ที่ ขวัญใจของพวกเรา เบ ยองจุน สนใจไปเรียน ศิลปะแล็คเกอร์ ที่ญี่ปุ่น และ
เบยงจุนได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิวายาม่า (เมืองโมริโอกะ อิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น)

เบ ยองจุน คงภาคภูมิใจกับ ความรุ่งเรืองในศิลปะด้านต่างๆ ที่ยืนยาวมาพร้อมกับ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน หลายพันปี ของ ประเทศเกาหลี

ข้อมูล มาจากหนังสือ นี่คือเกาหลี เป็นหนังสือ สำหรับการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

เพิ่มเติมค่ะ

ขอ ยกย่องแสดงความนับถือ คุณร้อยตะวัน นะคะ (เกิดรายการ ชื่นชมกันเองเสียแล้ว) ที่หารูปสุดแสนสวยงามมหัศจรรย์ อันแสดงความเลอล้ำค่าของศิลปะประเทศเกาหลี มาให้พวกเราได้ชมกัน

เครื่องปั้นดินเผาศิลาดล สีเขียวอมฟ้า งดงามจริงๆ นึกภาพแทบไม่ออกว่า สีเขียวอมฟ้าเป็นอย่างไร ที่แท้งดงาม อย่างนี้นี่เอง

กระเบื้องขาว เด่นที่ภาพวาด เนื้อกระเบื้องก็ ดู เนียนละเอียด

ถัดลงมา กับท่าทางเอาจริงเอาจัง ของ นักเรียนศิลปะ แลคเกอร์ เบ ยองจุน ภาพนี้ แต่ง จนภาพสว่าง กว่าภาพต้นฉบับเยอะเลย

คูณร้อยตะวัน ค้นหามาจาก เวปไซด์ เกาหลีนะคะ รับรองว่า หากไม่ใช่ ร้อยตะวัน พวกเราคงไม่ได้มีโอกาสได้ชมภาพเหล่านี้และด้วยความตั้งใจของคุณร้อยตะวัน ภาพเหล่านี้ต้องนำมาตกแต่งสีและแสงใหม่ ทั้งหมด

ขอบคุณ มากจริงๆ ค่ะ


Amornbyj@Copyright